fbpx
News update

EXIM BANK แนะ 5 Digital Trends ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่ควรพลาดในปีมังกร

5 Digital Trends ที่มาแรงและถูกนำไปใช้กว้างขวางทั่วโลก ได้แก่ Social Commerce ช่องทางการค้าใหม่มาแรง Generative AI ตัวช่วยสำหรับธุรกิจยุคใหม่ Augmented Reality เทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริง Big Data การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ขับเคลื่อนธุรกิจ และ Voice Assistant สุดยอดผู้ช่วยด้านเสียง

เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยยกระดับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Easy ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น Efficient ช่วยจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ Excellent ช่วยให้กิจการโดดเด่น/แตกต่าง ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาดที่จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสเข้าถึงลูกค้าทั่วทุกมุมโลก

เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ โดย World Bank และ Digital Cooperation Organization ประเมินว่า ปัจจุบัน Digital Economy มีสัดส่วนราว 15% ของ GDP โลก และคาดว่าจะแตะ 30% ในปี 2573 โดยเทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำไปต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ในหลายวงการ

โดยเฉพาะภาคธุรกิจ นับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า รวมถึงบริการหลังการขายอีกด้วย ภายใต้ความสำคัญดังกล่าว 5 เทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2567 ประกอบด้วย

1. Social Commerce ช่องทางการค้าใหม่มาแรง

ปัจจุบันการค้าออนไลน์ก้าวขึ้นมาเป็นช่องทางการค้าสำคัญที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Oberlo ผู้ให้บริการ E-Commerce ชั้นนำของโลกประเมินว่า ในปี 2568 จำนวนนักชอปปิงออนไลน์ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 2.8 พันล้านคนหรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก การค้าออนไลน์ผ่าน Social Media Platform เช่น Facebook, Instagram, WeChat และ TikTok เติบโตก้าวกระโดด

เนื่องจากจุดแข็งที่ไม่เพียงมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทำให้การต่อยอดสู่การขายสินค้าทำได้ง่ายและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ยังมี Function ให้ผู้ขายสามารถใช้ทำการตลาดได้หลากหลาย เช่น การไลฟ์สดขายของ การโพสต์สินค้าใน Fanpage หรือ Marketplace เฉพาะกลุ่มสินค้า

โดย Strategic Market Research คาดว่า รายได้ของ Social Commerce โลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 จาก 0.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 30.8%

2. Generative AI ตัวช่วยสำหรับธุรกิจยุคใหม่

ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เน้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากข้อมูลที่มีอยู่ แตกต่างจาก AI แบบเดิมที่เน้นการวิเคราะห์และคาดการณ์เป็นหลัก โดยภาคธุรกิจนิยมนำ Gen AI มาใช้ในหลายด้าน ทั้งการสร้าง Content ใหม่ ๆ การสร้างแคมเปญการตลาดให้โดนใจลูกค้า ตลอดจนการให้คำปรึกษา/แนะนำลูกค้า

Bloomberg คาดว่า รายได้จากการใช้งาน Gen AI ทั่วโลกจะขยายตัวก้าวกระโดดแตะระดับ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2575 หรือโตเฉลี่ยถึงปีละ 226% Gen AI ที่นิยม เช่น ChatGPT ช่วยสร้างงาน/คอนเทนต์ใหม่ ๆ รวมถึงช่วยคิดสโลแกนสินค้า หรือแคปชันโฆษณาได้ Midjourney ช่วยออกแบบโลโก้ของแบรนด์ง่าย ๆ เพียงใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการ

3. Augmented Reality (AR) เทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริง

AR ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นวัตถุในรูปแบบ 3 มิติในพื้นที่จริง ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและถูกนำไปใช้ในภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง โดย ARtillery Intelligence บริษัทที่ปรึกษาด้าน AR ของสหรัฐฯ คาดว่า รายได้ของ AR โลกในปี 2567 จะแตะระดับ 21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือโตถึง 5.4 เท่าจาก 5 ปีก่อน

ปัจจุบันหลายบริษัทใช้ AR เป็นตัวช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เช่น IKEA ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ของสวีเดนใช้ AR ช่วยลูกค้าจำลองการวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้เสมือนจริง Rayban ผู้ผลิตแว่นตาของสหรัฐฯ ใช้ AR ให้ลูกค้าทดลองเลือกแว่นที่เข้ากับใบหน้า

4. Big Data การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ขับเคลื่อนธุรกิจ

ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ ภาคธุรกิจนำ Big Data มาวิเคราะห์เพื่อยกระดับองค์กรในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการความเสี่ยง การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และการพัฒนากลยุทธ์การตลาด

โดย International Data Corporation บริษัทที่ปรึกษาของสหรัฐฯ ประเมินว่า ในช่วงปี 2553-2568 ปริมาณข้อมูลในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 25% ตัวอย่างบริษัทที่นำ Big Data มาช่วยเพิ่มรายได้แก่บริษัท เช่น Amazon ผู้ให้บริการ E-Commerce ระดับโลกใช้ Big Data วิเคราะห์เพื่อแนะนำสินค้าให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากที่สุด

ช่วยให้รายได้ของบริษัทฯ ในปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 35% Netflix ผู้ให้บริการ Streaming ของสหรัฐฯ นำ Big Data โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นรายการ/ซีรีส์ที่ดูบ่อย ความถี่และระยะเวลาที่รับชม มาวิเคราะห์และนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงใจลูกค้าให้มากที่สุด

5. Voice Assistant สุดยอดผู้ช่วยด้านเสียง

อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญยุคใหม่ เป็นการพัฒนา AI ให้สามารถสั่งการด้วยเสียง เพื่อนำมาใช้ในด้านต่าง ๆ ทั้งการค้นหาข้อมูล (Voice Search) รวมถึงเป็นตัวช่วยสั่งซื้อสินค้า เช่น 7-Eleven ในสหรัฐฯ ใช้งานระบบ Voice Assistant “7 Voice” สำหรับให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งถึงบ้านด้วยเสียง

ข้อดี คือ ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่าย รวมถึงระบบยังจดจำเสียงพร้อมที่อยู่ เพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า ทำให้อยากกลับมาซื้อซ้ำ ทั้งนี้ มีการประเมินว่า ตลาด Voice Assistant Shopping จะเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งคาดว่าในช่วงปี 2564-2569 จะโตเฉลี่ยปีละ 50.5% ตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย สำหรับ Voice Assistant ที่นิยม เช่น SIRI (Apple), Google Assistant และ Amazon Alexa

ภายใต้บริบทการค้าการลงทุนระหว่างประเทศยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับธุรกิจให้ดีขึ้นในหลายด้าน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ตระหนักดีถึงประโยชน์ดังกล่าว จึงพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้ก้าวทันเทคโนโลยีและสามารถนำมาประยุกต์ในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศทั้งการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ

โดยเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผู้ประกอบการให้เข้าถึงลูกค้าในทุกตลาดทั่วทุกมุมโลกได้ง่ายและเร็วขึ้น (Easy) ช่วยบริหารธุรกิจและจัดการต้นทุนโครงการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (Efficient) และช่วยสร้างความโดดเด่น แตกต่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งบนเวทีโลก (Excellent)

ทั้งนี้ EXIM BANK ในฐานะ “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย” มุ่งมั่นพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจไทยให้แข็งแรงและมีศักยภาพสูงขึ้นเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

error: Content is protected !!