News Update

TGO แถลงผลงานปี 2569 ลดก๊าซเรือนกระจก 87.65 ล้านตัน CO2e เดินหน้าประเทศไทยสู่ Net Zero 2050

Onlinenewstime.com : องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO แถลงผลการดำเนินงานภายใต้กิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ในไตรมาสที่ 4 เพื่อเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานของ TGO ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ และผลงานเชิงประจักษ์ในปีงบประมาณ 2569 โดยมี นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO พร้อมด้วย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ รองผู้อำนวยการ TGO ให้การต้อนรับสื่อมวลชนจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจากสาขาและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ยกระดับกลไกคาร์บอนเครดิตไทย เชื่อมตลาดสากล

TGO ระบุว่า ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นช่วย ยกระดับกลไกคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถขับเคลื่อนการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงสู่ตลาดคาร์บอนคุณภาพสูง และสร้างโอกาสให้คาร์บอนเครดิตไทยเข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานยังสร้าง ผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มรายได้แก่ชุมชน เพิ่มมูลค่าของเสียหรือของเหลือทิ้งทางการเกษตร และสนับสนุนการลดปัญหา PM 2.5

อีกด้านหนึ่ง TGO เดินหน้าขยาย เครือข่ายภาคเอกชนด้านการลด GHG และตลาดคาร์บอนเครดิต ให้เติบโตต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง Corporates, SMEs, ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา พร้อมเป็นศูนย์กลางรวบรวมและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาและดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงนโยบายและมาตรการด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

กระจายรายได้ชุมชน–ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสีเขียว

TGO ยังมุ่ง ส่งเสริมการเติบโตอย่างทั่วถึง ด้วยการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ผลักดัน ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว โดยให้องค์กรขนาดใหญ่ช่วยดึงดูดและยกระดับมาตรฐาน SMEs ในห่วงโซ่อุปทานให้ทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และดำเนินการลด GHG

สำหรับตลาดคาร์บอนภายในประเทศไทย มีสภาพคล่องตัวและขยายตัวมากขึ้น ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น และสร้างรายได้ให้กับผู้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย

Net Zero ภาคเอกชนกระตุ้นนวัตกรรมสีเขียว–Green Jobs

การตั้งเป้าหมาย Net Zero ของภาคเอกชน ยังสร้างแรงซื้อและความต้องการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ พลังงานหมุนเวียน และนวัตกรรมประหยัดพลังงานในประเทศ ส่งผลต่อการเติบโตของ นวัตกรรมสีเขียว

ขณะเดียวกันยังเกิดความต้องการบุคลากรสายวิชาชีพใหม่ ๆ หรือ Green Jobs ซึ่งช่วยยกระดับตลาดแรงงานไทยสู่ทักษะแห่งอนาคต

TGO ยังมุ่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือมาตรการการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดและเกี่ยวข้องกับคาร์บอน เช่น CBAM ผ่านเทคโนโลยีสะอาดและ Green Finance

จังหวัด–ท้องถิ่นเดินหน้าวางแผนสู่ Net Zero

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการยกระดับศักยภาพของท้องถิ่นและจังหวัด ให้สามารถนำรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ไปกำหนดเป็นนโยบาย แผน เป้าหมาย และแนวทางปฏิบัติในการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ตามเป้าหมายของประเทศ

ในระดับประเทศ TGO สนับสนุนให้ประเทศไทยมีแนวทางติดตามการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับนโยบาย/มาตรการ และติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายของประเทศ เพื่อรายงานความก้าวหน้าต่อ UNFCCC ผ่านรายงาน BTR รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

ลดก๊าซเรือนกระจกตาม NDC รวม 87.65 ล้านตัน CO2e

สำหรับผลงานเชิงประจักษ์ในปีงบประมาณ 2569 TGO ดำเนินการติดตามผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ Nationally Determined Contributions (NDC)

โดยพัฒนาวิธีการคำนวณและกระบวนการ MRV ในระดับมาตรการ จากแผน NDC Action Plan จำนวน 3 มาตรการ ได้แก่ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานไฟฟ้า/ความร้อนจากมาตรการเงินอุดหนุน และมาตรการ EERS รวมทั้งปรับปรุงวิธีการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกรายมาตรการ สาขาพลังงาน จำนวน 13 มาตรการ รวมถึงวิธีการคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไฟฟ้าและความร้อน และในสาขาการจัดการของเสียชุมชน จำนวน 3 มาตรการ

ผลการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยปี 2567 ซึ่งผ่านการรับรองจากคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้ง 5 สาขา มีผลการดำเนินงานดังนี้

  • สาขาพลังงาน 60.75 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สาขาคมนาคมขนส่ง 14.47 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สาขา IPPU 1.31 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สาขาการจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม 7.39 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • สาขาการเกษตร 3.71 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

รวมทั้งสิ้น 87.65 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งทำได้เกินกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผน NDC Action Plan

นอกจากนี้ TGO ศึกษาศักยภาพการผลิตและการใช้ เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) แล้วเสร็จ รองรับ Net Zero 2050 พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง SAF ของภูมิภาค

Standard T-VER ขึ้นทะเบียน 96 โครงการ

ด้านความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการ Standard T-VER และ Premium T-VER ในปีงบประมาณ 2569 มีโครงการ Standard T-VER ขึ้นทะเบียนแล้ว 96 โครงการ ส่งผลให้เกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดหรือกักเก็บได้รวม 1,421,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และมีการรับรองคาร์บอนเครดิตรวม 2,521,001 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จาก 42 โครงการ

ส่วน Premium T-VER มีโครงการที่ขึ้นทะเบียน 3 โครงการ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดหรือกักเก็บได้รวม 5,978 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี มีการรับรองคาร์บอนเครดิต Premium T-VER จำนวน 60 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากโครงการ AWD

นอกจากนี้ มีการจัดส่ง Premium T-VER เพื่อขอรับการประเมิน CORSIA (ICAO) ระยะที่ 2 (2570–2572) รวมทั้งมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เรื่องการรับรองมาตรฐานร่วมระหว่าง Premium T-VER และ Gold Standard (Dual Certification) ระหว่าง TGO สมอ. และ Gold Standard Foundation

TGO ยังพัฒนาระเบียบ Premium T-VER จำนวน 2 ระเบียบวิธี ได้แก่ ระเบียบวิธีสำหรับการบริหารจัดการระดับน้ำในพื้นที่พรุเสื่อมโทรม ซึ่งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่พรุ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก และระเบียบวิธีสำหรับการใช้แบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินจากการใช้งานตามปกติ

ตลาดคาร์บอนเครดิตไทย ซื้อขายกว่า 1 ล้านตัน มูลค่า 41.65 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมการเติบโตของตลาดคาร์บอนเครดิตไทยและการซื้อขายในรอบปี พบว่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตมีปริมาณการซื้อขาย/ถ่ายโอนเครดิตจากโครงการ Standard T-VER รวม 1,032,681 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ส่งผลให้เกิดมูลค่าการซื้อขายรวม 41,659,118 บาท

ด้าน เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) มีสมาชิกสะสมรวม 898 องค์กร ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา

ขณะที่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ Climate Action Leading Organization (CALO) ประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศเพิ่มขึ้น 19 องค์กร ส่งผลให้มีองค์กรรวม 56 องค์กร

7 จังหวัดจัดทำแผนลดก๊าซเรือนกระจกตามบริบทพื้นที่

ในส่วนการยกระดับการจัดการข้อมูลของภาคเมืองและจังหวัดในการจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจก มีการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด และจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับบริบทของจังหวัด จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, ร้อยเอ็ด, อุทัยธานี, สุรินทร์, สมุทรสงคราม, ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593

พร้อมจัดทำแบบจำลองธุรกิจ (Business Model) จำนวน 7 แบบจำลอง โดยใช้กลไก T-VER และ LESS เชื่อมโยงภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน สร้างแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์และการเข้าถึงแหล่งทุน

สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกตามบริบทของ อปท. จำนวน 23 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2578

นอกจากนี้ มีการจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกตามบริบทของ อปท. จำนวน 1 แห่ง คือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายในปี พ.ศ. 2578

ขณะเดียวกัน TGO ส่งเสริม อปท. สู่ Net Zero ด้วยการจัดทำแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ตามบริบทของ อปท. จำนวน 9 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2593

การขับเคลื่อนยังดำเนินผ่านกลไก LESS ระดับท้องถิ่น โดยผลักดันให้ อปท. ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกและยื่นขอรับรองผลการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการ LESS แล้ว 2,547 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

รับรองฉลากคาร์บอนผลิตภัณฑ์ 5,353 ผลิตภัณฑ์

ด้านความคืบหน้าการส่งเสริมฉลากคาร์บอน (Carbon Footprint) และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน TGO รับรองฉลากคาร์บอนผลิตภัณฑ์รวม 5,353 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 4,707 ผลิตภัณฑ์
ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือฉลากลดโลกร้อน (CFR) จำนวน 311 ผลิตภัณฑ์
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (CE-CFP) จำนวน 325 ผลิตภัณฑ์
และ CoolMode จำนวน 10 โครงสร้างผ้า

ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และ Net Zero มีองค์กรได้รับการรับรอง CFO 1,293 องค์กร รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรให้รับรองแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero หรือ Net Zero Pathway จำนวน 11 องค์กร

ขยายเครือข่ายผู้ประเมินภายนอก รองรับตลาด Carbon Footprint

TGO ยังขยายเครือข่ายผู้ประเมินภายนอก หรือ Verification Body (VB) โดยมี VB สำหรับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ขึ้นทะเบียนใหม่ 7 นิติบุคคล และต่ออายุ 1 นิติบุคคล สะสมรวม 24 นิติบุคคล

ส่วน VB สำหรับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) ขึ้นทะเบียนใหม่ 9 นิติบุคคล สะสมรวม 20 นิติบุคคล และขึ้นทะเบียนบุคคลใหม่ 60 คน สะสมรวม 169 คน

CAA ฝึกอบรมกว่า 2,000 คน สร้างทักษะ Climate Action

ด้านการขยายเครือข่ายหน่วยฝึกอบรมตามกลไกของ TGO ผลการฝึกอบรมผ่าน สถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGO Climate Action Academy: CAA) มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวม 2,027 คน สอบผ่านทั้งหมด 1,354 คน หรือร้อยละ 89.55 จากผู้เข้าสอบ 1,512 คน

ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจต่อหลักสูตร ร้อยละ 91.90 และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง ร้อยละ 98.78

ขณะเดียวกัน TGO ขยายเครือข่ายหน่วยฝึกอบรมภายนอกตามกลไกของ TGO ด้วยการลงนามบันทึกความตกลง (MOA) กับหน่วยฝึกอบรมภายนอกอย่างเป็นทางการแล้ว รวมทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท วี กรีน เคยู จำกัด, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, บริษัท ซีบีไอเอส คอนซัลติ้ง จำกัด, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดล

ภาพรวมผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนการขับเคลื่อนของ TGO ที่ครอบคลุมตั้งแต่การลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย NDC การพัฒนากลไกและตลาดคาร์บอนเครดิต การส่งเสริม Carbon Footprint ในภาคธุรกิจ การยกระดับจังหวัดและท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero 2050