Onlinenewstime.com : รัฐบาลเดินหน้าปรับกติกากำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดรับฟังความเห็นมาตรฐานบริการแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร ครอบคลุม “Batching” พ่วงงานแต่ลดค่ารอบ, GPS คลาดเคลื่อน, Dark Patterns และ Self-preferencing ย้ำไม่ใช่แค่เรื่องค่า GP คาดประกาศใช้ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569
ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสารและบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อพัฒนากติกาให้ครอบคลุมบริการเรียกรถโดยสาร รับส่งสิ่งของ และรับส่งอาหาร ซึ่งมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้กับผู้ขับและร้านค้าจำนวนมาก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมว่า สำนักงาน กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการดังกล่าว เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมการทำงานของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับทั้งผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม
ไม่ใช่แค่ค่า GP แต่ต้องดู “ระบบหลังบ้าน”
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพูดถึงความเป็นธรรมบนแพลตฟอร์มมักให้ความสนใจกับค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งการขาย หรือ GP แต่เอกสารหลักการฉบับนี้ขยายการพิจารณาไปถึง “ระบบหลังบ้าน” เงื่อนไขทางการค้า และกลไกการทำงานของแพลตฟอร์ม ที่อาจส่งผลต่อรายได้หรือการตัดสินใจของผู้ใช้
ข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีผู้ขับมากกว่า 400,000 ราย จึงเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพและผู้บริโภคในวงกว้าง
จับตา “พ่วงงาน” แต่ค่ารอบลดลง
ประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ ระบบพ่วงงาน (Batching) เช่น กรณีให้ผู้ขับรับงานจาก 2 ร้านและจัดส่ง 2 สถานที่พร้อมกัน แต่มีการปรับลดค่ารอบลง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสของเงื่อนไขการให้บริการ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็น ความคลาดเคลื่อนของ GPS ซึ่งอาจทำให้ระยะทางที่ใช้คำนวณค่าตอบแทนไม่ตรงกับระยะทางที่ผู้ขับเดินทางจริง
อีกประเด็นคือการออกแบบหน้าจอหรือขั้นตอนการใช้งานที่อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด หรือ Deceptive Patterns/Dark Patterns รวมถึงหลักเกณฑ์การจัดลำดับงานให้ผู้ขับ และการจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน หรือ Self-preferencing ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาความโปร่งใสและความเป็นธรรม
รายได้คนขับ ต้นทุนร้านค้า และการตัดสินใจผู้บริโภค
“เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าแพลตฟอร์มเก็บ GP เท่าไร แต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังหน้าจอด้วย เช่น รับงานสองงานแต่ค่ารอบลดลง ระยะทางจริงกับระยะทางที่ระบบคำนวณไม่ตรงกัน หรือการออกแบบขั้นตอนที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจโดยอาจไม่เข้าใจข้อมูลทั้งหมด สิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อรายได้ของคนทำงาน ต้นทุนของร้านค้า และการตัดสินใจของผู้บริโภค จึงควรนำมาพิจารณาในการออกแบบกติกาด้วย” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น มากกว่า 49,000 ล้านบาทภายในปี 2572 ขณะที่ตลาดมีลักษณะกระจุกตัวสูง
การวางกติกาที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกฝ่ายสามารถแข่งขันและเติบโตได้
รัฐบาลย้ำ “ยังไม่มีผลบังคับใช้” เปิดทางทุกฝ่ายร่วมออกแบบกติกา
“รัฐบาลขอย้ำว่า นี่ไม่ใช่การห้ามทำธุรกิจ ไม่ใช่การห้ามแพลตฟอร์มจัดโปรโมชัน และข้อกำหนดดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่เป็นช่วงของการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้คนที่อยู่ในระบบจริง ทั้งผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม ได้มีส่วนร่วมออกแบบกติกาที่เหมาะสม เป้าหมายคือทำให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตต่อไปได้ โดยการแข่งขันต้องเป็นธรรมและไม่มีฝ่ายใดถูกเอาเปรียบ” นางสาวลลิดากล่าว
ทั้งนี้ สำนักงาน กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการดังกล่าว ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนนำข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปประกอบการพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569
ผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กขค.
