Onlinenewstime.com : เนสท์เล่ บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก ได้แต่งตั้ง นายนิคิล ชัญจ์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า (ไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
นายนิคิล รับตำแหน่งต่อจากนายวิคเตอร์ เซียห์ ผู้ครบวาระเกษียณอายุหลังจากที่มีบทบาทสำคัญในเนสท์เล่มาเป็นเวลานาน รวมถึงการเป็นผู้บริหารสูงสุดของภูมิภาคอินโดไชน่าเป็นเวลา 8 ปี โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา นายวิคเตอร์ได้สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานธุรกิจ และขับเคลื่อนให้เนสท์เล่สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้แก่ประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย และการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทย
นายนิคิลมีประวัติการทำงานที่เนสท์เล่ในประเทศต่าง ๆ เป็นเวลาร่วม 30 ปี โดยเริ่มการทำงานที่เนสท์เล่ในประเทศอินเดียในปี พ.ศ. 2541 และได้ก้าวหน้าในตำแหน่งด้านตลาดและการค้าในหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบราซิล ชิลี สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก รัสเซีย และสิงคโปร์ ที่ผ่านมา นายนิคิลได้สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ที่สำคัญของเนสท์เล่ในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ เช่น ขนมและอาหาร ควบคู่ไปกับการสร้างทีมงานที่มีผลงานเป็นเลิศ
ก่อนที่จะรับตำแหน่งใหม่นี้ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานธุรกิจอาหารของเนสท์เล่ ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองเวเวย์ สวิตเซอร์แลนด์ โดยนายนิคิลเป็นผู้นำการพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจอาหารที่ครอบคลุมทั่วโลก และผลักดันนวัตกรรมและการพัฒนาช่องทางการค้าต่าง ๆ ที่สำคัญ บนรากฐานของความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลาย
นายนิคิลกล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่งนี้และได้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานเนสท์เล่ที่ยอดเยี่ยมในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีโอกาสมหาศาล เนสท์เล่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 133 ปีแล้ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการอยู่คู่สังคมไทย และความเชื่อมั่นและไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบให้เราเสมอมา ด้วยการดำเนินงานตามปรัชญาการสร้างคุณค่าร่วมกัน (Creating Shared Value) และการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
ที่ผ่านมาเนสท์เล่ได้รับการยกย่องในฐานะบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคไทยชื่นชมสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ผมพร้อมที่จะสานต่อพื้นฐานอันแข็งแกร่งนี้เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน”
