News Update

ครม. ยกระดับความปลอดภัยในโรงเรียนเป็น “วาระแห่งชาติ” เห็นชอบ 7 มาตรการ ห้ามพกอาวุธ-ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน

Onlinenewstime.com : ครม. เห็นชอบ 7 มาตรการยกระดับ ความปลอดภัยในโรงเรียน เป็น “วาระแห่งชาติ” ให้สถานศึกษาทั่วประเทศเร่งดำเนินการ ทั้งจัดระบบป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน คัดกรองและดูแลสุขภาพจิตนักเรียน เปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม พร้อมกำหนด School Safety Zone ห้ามนำอาวุธปืน มีด กรรไกร คัตเตอร์ ยาเสพติด เครื่องช็อตไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าพื้นที่สถานศึกษาโดยเด็ดขาด

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ยกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อยกระดับการป้องกัน รับมือเหตุ และสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ โดยให้สถานศึกษานำประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ไปดำเนินการทันที

เพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน ป้องปราม เฝ้าระวัง ลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา

รวมทั้งการดูแล ช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบทางจิตใจ ประกอบด้วย 7 มาตรการ ดังนี้

1. ให้มีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในระดับสถานศึกษา

2. ให้มีแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษา ระบบการติดต่อสื่อสาร การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน และการตรวจตราความปลอดภัย

3. ให้มีระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และการพัฒนาครูแนะแนว

4. ให้มีการบูรณาการความปลอดภัยของสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

5. ให้มีการเปิดพื้นที่สถานศึกษาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์

6. ให้มีการสร้างความตระหนักรู้และการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในสถานศึกษา และ

7. ให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone) ห้ามไม่ให้นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา ผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นใดนำพาหรือพกพาอาวุธปืน ยาเสพติดให้โทษ เครื่องช็อตไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า อาวุธมีด กรรไกร คัตเตอร์ เข้ามาภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษาโดยเด็ดขาด

หากไม่ให้ความร่วมมือหรือขัดขวางการตรวจสัมภาระหรือสิ่งของที่พกติดตัวมา ให้รีบแจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา หรือผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อดำเนินการตรวจสอบหรือดำเนินการตามกฎหมายโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันอันตราย หากเกิดเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาให้สั่งปิดสถานศึกษาได้ตามความจำเป็น และดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยทันที