Onlinenewstime.com : สรุปประเด็นแถลงข่าว กกร. ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 กกร. ประเมินความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงานเริ่มคลี่คลาย หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลด ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวในลักษณะ K-Shaped
โดยแรงส่งหลักมาจากการส่งออก การลงทุนด้าน AI และ Data Center แต่ SMEs และแรงงานจำนวนมากยังไม่ได้รับประโยชน์ จึงเสนอเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับผลิตภาพ เชื่อมโยงข้อมูล และผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี
- ความเสี่ยงจาก Energy supply chain disruption เริ่มคลี่คลาย หลังมีการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ความกังวลของผลกระทบต่อภาคการผลิตลดลง ระดับราคาพลังงานปรับลงโดยราคาน้ำมัน ณ เดือนมิถุนายน 2569 ลดลง จาก 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ก่อนการหยุดยิง มาอยู่ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล
เช่นเดียวกับราคา commodity หลายรายการที่ผ่านจุดสูงสุดจากช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันที่สำคัญและคลังน้ำมันสำรองของ OECD ที่อยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้ราคาไม่ลงไปกว่าระดับปัจจุบันมากนัก ในระยะข้างหน้าจึงยังต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน (energy security) โดยมีแนวทางในการปรับลดข้อจำกัดด้านกฎหมายในภาคพลังงาน เช่น การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อบริหารจัดการ Stock น้ำมันที่อยู่ในระดับสูงซึ่งเป็นต้นทุนราคาพลังงานของประเทศได้
- Megatrend โลกจากการลงทุนด้าน AI และ Data center เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันเศรษฐกิจไทย ผ่านภาคการส่งออกที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยปรับประมาณ GDP เป็น 2.3%
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ทั่วถึงในลักษณะ K-shaped โดยครัวเรือนยังมีกำลังซื้อต่ำจากผลกระทบของค่าครองชีพที่สูงขึ้นและตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลง ขณะที่การส่งออกและเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ที่ขยายตัวสูงไม่ได้ส่งผ่านสู่การขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจจริงและการจ้างงานเทียบเท่ากับในอดีต สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดั้งเดิม
ขณะที่ SMEs และคนตัวเล็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเร่งหาแนวทางร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและ FDI เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและผลิตภาพแรงงานในประเทศให้ดียิ่งขึ้น สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการใช้ Thailand Content & Regional Value Content (RVC) ท่ามกลางการก้าวสู่สังคมสูงวัยซึ่งจะยิ่งกดดันผลิตภาพแรงงานไทยในอนาคต
- กกร. สนับสนุนการปรับโครงสร้างสู่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าผลการประเมินของ IMD ล่าสุด ปี 2026 ไทยปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 จากอันดับที่ 30 ในปีก่อนหน้า แต่ยังมีหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไข
ขณะที่คู่เทียบในประเทศเพื่อนบ้านไล่ตามมาติด ๆ ท่ามกลางความคาดหวังของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่อการ Structural reform ของไทยในระยะถัดไป อาทิ การมีมาตรฐานและบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล connect the dots อาทิ ข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อช่วยในการออกแบบและวัดผลนโยบายได้อย่างตรงจุด และลดต้นทุนแฝงของระบบ
โดย กกร. จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในการปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ สอดคล้องกับ Flagship Report ของ World Bank ที่มีเป้าหมายในการผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า และแนวทางของ Reinvent Thailand ในการขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสร้างเครื่องยนต์เติบโตใหม่อย่างแข็งแกร่งต่อไป
- กกร.ร่วมกับ World Bank ภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน Affiliated Program IMF-World Bank Annual Meeting 2026 ในช่วงก่อนเดือนตุลาคม เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เน้นผลิตภาพ นวัตกรรม การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.
GDP
ปี 2568 : 2.4%
ณ เม.ย.-พ.ค. 69 : 1.2 – 1.6%
ณ มิ.ย. 69 : 1.6 – 2.0%
ณ ก.ค. 69 : 1.6 – 2.0%
การส่งออก
ปี 2568 : 12.9%
ณ เม.ย.-พ.ค. 69 : -1.5 ถึง -0.5%
ณ มิ.ย. 69 : 8.0 – 10.0%
ณ ก.ค. 69 : 8.0 – 10.0%
เงินเฟ้อ
ปี 2568 : -0.1%
ณ เม.ย.-พ.ค. 69 : 2.0 – 3.0%
ณ มิ.ย. 69 : 2.5 – 3.0%
ณ ก.ค. 69 : 2.5 – 3.0%
ประมาณการล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2569
GDP : 1.6 – 2.0%
การส่งออก : 8.0 – 10.0%
เงินเฟ้อ : 2.5 – 3.0%
