Onlinenewstime.com : กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศประมาณ 117 วัน
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานน้ำมัน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ตะวันออกกลางปะทุรอบใหม่ เขย่าความเชื่อมั่นตลาดพลังงานโลก
รายงานระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเปราะบางอย่างมาก และได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องยุติสงครามของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่ผู้นำอิสราเอลย้ำว่าสงครามยังไม่จบ เนื่องจากยังต้องยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
รวมถึงตลาดยังจับตาการหารือประเด็นดังกล่าวในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลัก ที่อาจเผชิญภาวะชะงักงันยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกลับมาพลิกปรับตัวสูงขึ้น
เพื่อตอบรับกับความกังวลดังกล่าว หลังจากที่ภาพรวมราคาเคยปรับตัวย่อลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า จากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง
ไทยมีน้ำมันสำรอง 117 วัน รองรับความต้องการใช้ในประเทศ
สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 117 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 31 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 35 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้วอีก 26 วันผลิตดีเซลเฉลี่ยกว่า 69 ล้านลิตรต่อวัน จำหน่ายกว่า 58 ล้านลิตร
ขณะที่ข้อมูลการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ยระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม 2569 พบว่า ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.28 ล้านลิตร และมีปริมาณจำหน่ายอยู่ที่ 58.05 ล้านลิตรราคา
น้ำมันไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศอาเซียน
ด้านราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 อยู่ที่ 32.95 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินนั้น แก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล 91 อยู่ที่ 42.08 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล E20 อยู่ที่ 35.45 บาทต่อลิตร
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศในอาเซียน พบว่า ราคาน้ำมันเบนซินของไทยอยู่ที่ 42.45 บาทต่อลิตร ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ มีราคาอยู่ระหว่าง 45.57 – 88.16 บาทต่อลิตร
ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร ขณะที่กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ มีราคาอยู่ระหว่าง 41.48 – 114.15 บาทต่อลิตร
กองทุนน้ำมันยังติดลบกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยังเปิดเผยประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พบว่ายังคงติดลบอยู่ที่ 63,379.82 ล้านบาท โดยมีรายจ่ายประมาณ 71.93 ล้านบาทต่อวัน
