Onlinenewstime.com : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยความคืบหน้าภารกิจส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2A ขึ้นสู่อวกาศ หลังจรวด PSLV ของอินเดียเกิดความผิดปกติในขั้นที่ 3
ส่งผลให้ดาวเทียมยังไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรตามแผนได้ ขณะที่ ISRO อยู่ระหว่างวิเคราะห์สาเหตุ ย้ำเป็นเหตุสุดวิสัย พร้อมยืนยันความสำคัญของ THEOS-2A ต่อความมั่นคงข้อมูลอวกาศและอุตสาหกรรมไทย
GISTDA รายงานความคืบหน้าภารกิจนำส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2A ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 11.48 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดยใช้จรวดนำส่ง PSLV จากฐานปล่อยศูนย์อวกาศสาธิตธาวัน เมืองศรีหริโกฏะ สาธารณรัฐอินเดีย อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่สามารถส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรได้ตามแผน
เกิดอะไรขึ้นกับจรวด PSLV
จากการแถลงการณ์ของ ดร.วี. นารายานัน (Dr. V. Narayanan) ประธานองค์กรอวกาศอินเดีย (ISRO) กล่าวว่า จรวดนำส่ง PSLV ภายใต้ภารกิจ PSLV-C62 EOS-N1 ในวันที่ 12 มกราคม 2569 ถูกออกแบบให้มี 4 ขั้น (stages) ประกอบไปด้วยเชื้อเพลิงแข็ง 2 ขั้น และเชื้อเพลิงเหลว 2 ขั้น โดยการปล่อยจรวดดำเนินไปอย่างราบรื่นจนถึงช่วงปลายของการทำงานในขั้นที่ 3 ซึ่งในระยะท้ายของขั้นดังกล่าวได้ตรวจพบสิ่งผิดปกติโดยเป็นสิ่งรบกวน (Disturbance) ที่ทำให้อัตราการหมุนของจรวดผิดปกติ (Roll Rate) เล็กน้อย
ต่อมาสังเกตพบว่า วิถีการบิน (Flight path) ได้เกิดการเบี่ยงเบนไปจากแนวที่กำหนดไว้ ขณะนี้ทาง ISRO กำลังวิเคราะห์ข้อมูลและจะกลับมารายงานความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้งโดยเร็วที่สุด
ISRO ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด และจะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินสาเหตุและแนวทางดำเนินการต่อไป
ย้ำเป็นเหตุสุดวิสัยในภารกิจอวกาศ
ด้าน GISTDA ชี้แจงว่า ความขัดข้องดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่สามารถเกิดขึ้นได้ในภารกิจอวกาศ พร้อมยืนยันว่าทีมวิศวกรของ GISTDA กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ ISRO เพื่อประเมินสถานการณ์ ผลกระทบ และแผนการดำเนินงานในลำดับถัดไป
ดาวเทียมสำรวจโลกดวงที่ 3 ของไทย รองรับภัยพิบัติ–เกษตร–ความมั่นคง
THEOS-2A เป็น ดาวเทียมสำรวจโลกความละเอียดสูงดวงที่สามของประเทศไทย ต่อจาก THEOS-1 และ THEOS-2 พัฒนาโดย GISTDA ร่วมกับบริษัท Surrey Satellite Technology Ltd. (SSTL) จากสหราชอาณาจักร มีเป้าหมายเสริมศักยภาพการเข้าถึงข้อมูลจากอวกาศของประเทศ และยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศไทยในระยะยาว
ดาวเทียมดวงนี้เป็นประเภท SmallSat น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม วางแผนเข้าสู่วงโคจรแบบ Sun-Synchronous Orbit ที่ความสูงราว 550 กิโลเมตร มีกล้องถ่ายภาพโลกความละเอียดสูง 1 เมตรต่อพิกเซล รองรับทั้งภาพขาวดำและภาพสี รวมถึงเพย์โหลดสำคัญ เช่น ระบบรับสัญญาณเรือ (AIS) เครื่องบิน (ADS-B) กล้องวิดีโอ Full HD อุปกรณ์วัดสนามแม่เหล็กโลก ความเข้มแสงอาทิตย์ และระบบจีพีเอส เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านภัยพิบัติ ความมั่นคง การเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ดาวเทียม Industrial Grade ดวงแรกของไทย วิศวกรไทยกว่า 20 คนร่วมออกแบบ–ทดสอบ
THEOS-2A นับเป็นดาวเทียม มาตรฐานระดับ Industrial Grade ดวงแรกของไทย ที่มีวิศวกรไทยกว่า 20 คนมีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ทดสอบ จนถึงการประกอบดาวเทียม โดยผ่านการทดสอบตามมาตรฐานอวกาศ ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศไทย
ไทม์ไลน์ภารกิจ THEOS-2A
- ก่อนปี 2569: พัฒนาและทดสอบดาวเทียม THEOS-2A โดย GISTDA ร่วมกับ SSTL
- ต้นปี 2569: ส่งดาวเทียมไปประกอบกับจรวด PSLV ที่ประเทศอินเดีย
- 12 ม.ค. 2569: ปล่อยจรวด PSLV-C62 แต่เกิดความผิดปกติในขั้นที่ 3 ไม่สามารถเข้าสู่วงโคจร
- หลังจากนี้: ISRO วิเคราะห์สาเหตุ ขณะที่ GISTDA ประเมินแนวทางดำเนินงานต่อ
แม้ภารกิจครั้งนี้จะยังไม่สำเร็จ แต่ GISTDA ย้ำว่า THEOS-2A เป็นส่วนสำคัญของ THEOS Constellation หรือกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกของไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มความถี่ ความครอบคลุม และความทันเวลาของข้อมูลดาวเทียม เพื่อรองรับการใช้งานด้านเกษตร ภัยพิบัติ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม
ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติ ระบุว่า โครงการกลุ่มดาวเทียมดังกล่าวเป็นโครงการ “เรือธง” ของ GISTDA และองค์ความรู้จาก THEOS-2A จะถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาดาวเทียม THEOS-3 และรุ่นถัดไป ซึ่งจะเพิ่มบทบาทวิศวกรไทยและอุตสาหกรรมในประเทศมากยิ่งขึ้น
เรียกได้ว่า เหตุขัดข้องในการส่ง THEOS-2A สะท้อนความท้าทายของภารกิจอวกาศระดับโลก แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสร้างความมั่นคงด้านข้อมูลอวกาศด้วยตนเอง โดย GISTDA และ ISRO อยู่ระหว่างเดินหน้าวิเคราะห์และวางแผนขั้นต่อไป ท่ามกลางความคาดหวังว่า THEOS-2A จะกลับมาเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศไทยในอนาคตอันใกล้
