News Update

ส่งออกและนำเข้าไทยเดือน ก.ย. 2026 ยังโตสูงจากกระแสดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์

Onlinenewstime.com : มูลค่าส่งออกเดือน ก.ย. อยู่ที่ 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตสูง 24.0% ต่อเนื่องจากเดือน ส.ค. ที่ขยายตัว 24.3% โดยมูลค่าส่งออกเดือน ก.ย.ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 16.3% และค่ากลาง Reuters Poll 17.9%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วขยายตัว 3.9%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทย 9 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวสูง 19.5% (รูปที่ 1 และ 2)

  1. การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูง 66.3% เร่งขึ้นจาก 54.2% ในเดือนก่อน และขยายตัวต่อเนื่องนาน 30 เดือน สินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก ซึ่งไทยเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะสินค้าขั้นกลาง (Intermediate Goods)

    สะท้อนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไป 15 คู่ค้าสำคัญ (คิดเป็น 94% ของมูลค่าส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทยทั้งหมดในเดือนนี้) ที่ขยายตัวทุกตลาดติดต่อกัน 2 เดือนแล้ว ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 15% จากการเติบโตรวมที่ 24%
  2. การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ เดือน ก.ย. แตะ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งแรกเป็นประวัติการณ์ มูลค่า 10,200.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 50.1% เร่งจาก 48.7% ในเดือนก่อน การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวสูงถึง 68.2% ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม สำหรับสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ขยายตัวสูงเช่นกันที่ 32.5% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ

    ส่วนหนึ่งอาจเป็นการเร่งส่งออกสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้ Section 301 การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 11% จากการเติบโตรวมที่ 24%
  3. การส่งออกไปตลาดเอเชียขยายตัวสูง 21.8% เร่งจากเดือนก่อนที่ 12.4% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้าที่ขยายตัวสูง 190.9% 57.5% และ 50.6% ตามลำดับ จากความต้องการสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน AI เพื่อลงทุนใน Data center

    สำหรับคู่ค้าสำคัญในภูมิภาคได้แก่ อาเซียน 5 ฮ่องกง และจีน การส่งออกไปภูมิภาคเอเชียมีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 11.3 % จากการเติบโตรวมที่ 24%

มูลค่านำเข้าเดือน ก.ย. อยู่ที่ 44,295.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 50.4% มากกว่าเท่าตัวของ 25.1%
ในเดือนก่อนหน้า และสูงกว่าประมาณการ (SCB EIC ประเมิน 31.4% และค่ากลาง Reuters Poll 31.3%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวสูง 37.8% (รูปที่ 3 และ 4)

  1. การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวสูง 92.3% เร่งขึ้นมากจาก 33.9% ในเดือน ส.ค. การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนให้การนำเข้าเดือน ก.ย. ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 24.2% เกือบครึ่งจากการเติบโตรวมที่ 50.4% โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนและไต้หวันที่ขยายตัวสูง 67.6% และ 819% ซึ่งคิดเป็น 44.9% และ 14.9% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนทั้งหมดของไทยในเดือนนี้

    โดยสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบที่ขยายตัวสูง 317.1% เร่งขึ้นจาก 57.2% ในเดือนก่อน รวมทั้งเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบขยายตัวสูงเช่นกัน ทั้งนี้การนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวสูงสอดคล้องกับข้อมูลการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวสูงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล เช่น Data center ขณะที่ไทยผลิตได้จำกัด
  2. สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูง 41.2% เร่งขึ้นจาก 21.3% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนให้การนำเข้าเดือน ก.ย. ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 18.3% จากการเติบโตรวมที่ 50.4% โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนและไต้หวันที่ขยายตัวสูง 45% และ 55% ซึ่งคิดเป็น 25.1% และ 23.6% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าทุนทั้งหมดของไทยในเดือนนี้

    โดยสินค้านำเข้าหลักได้แก่ อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูง 69.5% (CTG = 11.6%) โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้าที่ขยายตัว 68.5% (CTG = 9.8%) สอดคล้องกับมูลค่าส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูงมากต่อเนื่อง ขณะที่มูลค่านำเข้าทองคำขยายตัวสูง 113.1% เร่งขึ้นจาก 35.7% ในเดือนก่อน (CTG =  3.4%)
  3. สินค้าเชื้อเพลิงขยายตัวสูง 45.7% เร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 42.8% เดือน ส.ค. การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนให้การนำเข้าไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 5.6% จากการเติบโตรวมที่ 50.4% เป็นผลจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียมและน้ำมันดิบที่ขยายตัวสูง 125.2% และ 32.6% (CTG : 2.8% และ 2.5%) ตามราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสงคราม โดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม จากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และคองโกขยายตัวสูง 805.1% 100% และ 311.1% ตามลำดับ

    ทดแทนการนำเข้าจากกาตาร์ที่หดตัว -48.4% หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หดตัว -31.5% และ -2.2% ตามลำดับ แต่นำเข้าจากอาร์เจนตินา บราซิล และไนจีเรียเพิ่มขึ้น สะท้อนการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันของไทยออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางท่ามกลางสงครามในภูมิภาคที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่แน่นอนสูง

ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือน ก.ย. ขาดดุลสูงขึ้น -5,856.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก -2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนก่อนหน้า (SCB EIC คาดการณ์ -2,640 และค่ากลาง Reuters Poll -1,830) ในภาพรวมไทยขาดดุลการค้าสะสม 9 เดือนแรกของปีนี้ -43,693.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การค้าระหว่างประเทศของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวข้องกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจาก (รูปที่ 5)

(1) ทิศทางการค้าโลกขยายตัวต่อเนื่องและดีกว่าคาด WTO ปรับประมาณการปริมาณการค้าโลกในปี 2026 และ 2027 ขึ้นเป็น 3.9% และ 4.1% จาก 1.9% และ 3.8% ตามลำดับ ขณะที่ IMF ปรับปริมาณการค้าและบริการโลกขึ้นเป็น 4.6% และ 4.7% จาก 2.8% และ 3.8% ในปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ

เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง (Resilience) แม้เผชิญสงครามยืดเยื้อ และแรงหนุนจากความต้องการและการลงทุนในสินค้า AI เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเอเชียเป็นแรงหนุนหลัก

(2) ข้อมูลภาคอุตสาหกรรมโลกขยายตัวต่อเนื่อง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือนที่ระดับ 53.0 สูงสุดในรอบ 55 เดือน ขณะที่ดัชนีย่อย Exports Order สะท้อนอุปสงค์การค้าระหว่างประเทศในระยะข้างหน้าอยู่ที่ 51.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และสูงสุดในรอบ 62 เดือน

(3) ข้อมูลเร็วการค้าอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ตัวเลขส่งออก 25 วันแรกในเดือน ต.ค. 2026 ของเกาหลีใต้ขยายตัวสูง 77.1%YOY โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูงถึง 251.9% และ 263.5% ตามลำดับ สะท้อนแนวโน้มความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สูงต่อเนื่อง

การเติบโตของการนำเข้าและส่งออกปีหน้ามีแนวโน้มชะลอลงมากจากปัจจัยฐานสูงในปีนี้ โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออกและนำเข้าขยายตัวสูง 19.5% และ 37.8% ตามลำดับ นอกจากนี้ ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงด้านลบหลายปัจจัยที่ต้องจับตา เช่น

1) ภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ภายใต้ Sec.301 (อาจประกาศภายใน 1-2 เดือนนี้)

2) สงครามการค้าจีน – สหรัฐฯ เสี่ยงรุนแรงขึ้น หากไม่ขยาย Trade truce หลังครบกำหนด 10 ม.ค. 2027

3) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสี่ยงรุนแรงขึ้น กระทบราคาน้ำมัน ค่าระวางขนส่ง เส้นทางการค้า และเงินเฟ้อ กดดันอุปสงค์โลก

4) การลงทุน AI ในโลกเสี่ยงหยุดชะงัก กระทบความต้องการสินค้าส่งออกเกี่ยวกับ AI ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศในภูมิภาคเอเชียเช่น ไทย

5) ดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้นทั่วโลก และความผันผวนค่าเงิน

รูปที่ 1 : มูลค่าส่งออกสินค้าไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 2 : สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และตลาดสหรัฐฯ เป็นสินค้าและตลาดส่งออกหลักในเดือน ก.ย. 2026

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 3 : มูลค่านำเข้าสินค้าของไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 4 : สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุนจากจีนและไต้หวันยังคงเป็นสินค้านำเข้าหลักในเดือน ก.ย. 2026 สอกคล้องกับข้อมูลส่งออกและการลงทุน

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 5 : มุมมองการค้าโลกของ IMF และ WTO ปรับดีขึ้น แรงหนุนสำคัญมาจากการลงทุนเกี่ยวกับ AI ในเอเชีย ขณะที่ Global Manufacturing PMI และส่งออกเกาหลีใต้ขยายตัวดีต่อเนื่อง

หมายเหตุ : *ข้อมูลจาก WTO = ปริมาณสินค้า ข้อมูลจาก IMF = ปริมาณสินค้าและบริการ

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ IMF WTO ศุลกากรเกาหลีใต้ S&P Global และ CEIC

บทวิเคราะห์โดย https://www.scbeic.com/th/detail/product/trade-261026

ผู้เขียนบทวิเคราะห์
ภาวัต แสวงสัตย์ (pawat.sawaengsat@scb.co.th)
นักเศรษฐศาสตร์
วิชาญ กุลาตี (vishal.gulati@scb.co.th)
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส

MACROECONOMICS RESEARCH
ดร. ยรรยง ไทยเจริญ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)
ดร.ฐิติมา ชูเชิด
ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค
ดร.ปุณยวัจน์ ศรีสิงห์
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
นนท์ พฤกษ์ศิริ
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
วิชาญ กุลาตี
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
กุศลิน จารุชาต
นักเศรษฐศาสตร์
ณฐพงศ์ ตันติจิรานนท์
นักเศรษฐศาสตร์
ภัคพล ตันติวิชช์
นักเศรษฐศาสตร์
ภาวัต แสวงสัตย์
นักเศรษฐศาสตร์