News Update

ส.อ.ท. ชู “Thailand Pragmatic Energy Transition” เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ลดต้นทุนอุตสาหกรรมไทย แข่งในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

Onlinenewstime.com : ส.อ.ท. ผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เหมาะกับบริบทไทย มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่แข่งขันได้ และสิ่งแวดล้อม ขณะที่กระทรวงพลังงานเดินหน้า PDP 2026 ตั้งเป้าโซลาร์เซลล์ 28,000 เมกะวัตต์ในช่วง 10 ปีแรกของแผน พร้อมส่งเสริม Direct PPA และพลังงานสะอาดสำหรับ Data Center เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันโลกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงาน Energy Symposium 2026 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Pragmatic Energy Transition พลังงานยุคใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันโลกอย่างยั่งยืน” ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางพลังงานของประเทศ นโยบายและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

ชูเปลี่ยนผ่านพลังงานเหมาะกับไทย ลดต้นทุนผู้ประกอบการ

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมยังต้องเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ ในปี ค.ศ. 2050 

ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดให้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงและไม่เพิ่มภาระให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย

แนวคิด “Thailand Pragmatic Energy Transition” จึงมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความพร้อมและศักยภาพของประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry” และยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม (Industrial Infrastructure Reform) และการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง (Inclusive Sustainability)

เร่งพัฒนา Smart Grid–ระบบกักเก็บพลังงาน เพิ่มความยืดหยุ่นระบบไฟฟ้าไทย

การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาแผนพลังงานของประเทศ การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการส่งเสริมพลังงานสะอาดและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานทางเลือก และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินหน้า PDP 2026 เพิ่มพลังงานสะอาด ลดพึ่งพานำเข้า

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานฯ ในหัวข้อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในทางปฏิบัติ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย โดยระบุว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2026) มุ่งกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานจากทุกภาคส่วน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน

ขณะเดียวกัน สำหรับการใช้พลังงานฟอสซิล จะนำเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) มาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด

ส่งเสริม E20-B20 และรถ EV ต่อยอดวัตถุดิบเกษตรไทยสู่พลังงาน

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพด้านพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า อาทิ การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E20 และ B20 โดยอาศัยศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทย ทั้งอ้อยและน้ำตาล มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มาต่อยอดสู่การผลิตพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคอุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่ง ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย อันจะช่วยสนับสนุนทั้งด้านพลังงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศในระยะยาว

ตั้งเป้าโซลาร์เซลล์ 28,000 เมกะวัตต์ เปิดทาง Data Center ใช้พลังงานสะอาด 30%

หนึ่งในแนวทางสำคัญของ PDP 2026 คือการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งกำหนดเกณฑ์ให้ Data Center แห่งใหม่เริ่มต้นใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วน 30% พร้อมตั้งเป้าหมายพัฒนาศักยภาพพลังงานแสงอาทิตย์ในช่วง 10 ปีแรกของแผนไว้ที่ 28,000 เมกะวัตต์ (MW)

ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้มากขึ้น

พัฒนา Grid Modernization-BESS เปิดทางเลือกซื้อขายไฟฟ้า

ภาครัฐให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) ในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสนับสนุนการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว

ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีบทบาทในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ผ่านการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) การลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และการเปิดให้บุคคลที่สามสามารถใช้ระบบสายส่งไฟฟ้าได้ (Third Party Access: TPA)

นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมรูปแบบการจัดหาและซื้อขายพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง Independent Power Supply, Direct PPA และ Private PPA เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาดให้แก่นิคมอุตสาหกรรมและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว

เชื่อมโยงนโยบายกับการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

ภายในงานยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางพลังงานไทย การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมต่อกติกาการค้าและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน 

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่นำเสนอโซลูชั่นด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม

การจัดงาน Energy Symposium 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายพลังงานของประเทศเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่เหมาะสมและแข่งขันได้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

thailand-pragmatic-energy-transition