fbpx
News Update

ททท. ประกาศทิศทางท่องเที่ยวไทยปี 2569 ชู “Value over Volume” ดันเวลเนส อาหารไทย และอีเวนต์ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพยั่งยืน

Onlinenewstime.com : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อัปเดตทิศทางการท่องเที่ยวไทยปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Value over Volume” มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดแนวคิด “Healing is the New Luxury” ผ่านการยกระดับอุตสาหกรรมเวลเนส อาหารไทย และอีเวนต์ระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพและความยั่งยืนในระยะยาว

บ่ายนี้ (10มิถุนายน 2569) ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นายนิธี  สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อัปเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวและนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย ในกิจกรรม Thailand Tourism Update ในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 พร้อมชูยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด “Healing is the New Luxury” ผ่านจุดแข็งด้านอีเวนต์ เวลเนส อาหารไทย และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ 

นายนิธี  สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า TTM+ 2026 เปิดประตูต้อนรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากตลาดสำคัญทั่วโลกและตลาดศักยภาพที่มีแนวโน้มเติบโตสูงรวม 429 ราย จาก 58 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งรวบรวมผู้ประกอบการไทยจากทั้งเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ 428 ราย มาร่วมนำเสนอความหลากหลายของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ New Thailand และแคมเปญตลาดต่างประเทศ Healing is the New Luxury ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยการท่องเที่ยวเชิงมูลค่า การสร้างสรรค์ประสบการณ์ทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน ผ่านรูปแบบการจัดงานและการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของการท่องเที่ยวไทยที่ ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” มุ่งเน้นการเติบโตผ่านนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ โดย ททท. จะทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอแนวคิด “Healing is the New Luxury” และโครงการ “Trusted Thailand” ยกระดับประเทศไทยสู่หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั่วโลก 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 14.03 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 679,274 ล้านบาท โดย ททท. เดินหน้าสื่อสารการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดทำภาพยนตร์โฆษณาสำหรับตลาดต่างประเทศ ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำเสนอนิยามใหม่ของคำว่า “Luxury” ที่จะเป็นคุณค่าของประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย เยียวยาจิตใจ และเติมพลังให้กับชีวิตและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ตลาดในประเทศผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ร่วมกับ ลิซ่า ลลิษา มโมบาล ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador

สำหรับความสดใหม่ของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นหัวใจที่ ททท. ตั้งใจคัดสรรเพื่อส่งต่อและเติมเต็มประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว โดย ททท. มุ่งนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์ เทศกาลและประเพณี โดยใช้พลังของการจัดกิจกรรมเหล่านี้ในการชูอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายให้โดดเด่น เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Event Destination ครอบคลุมทั้งงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ (MICE) งานด้านเวลเนส ศิลปะ วัฒนธรรม และดนตรี อาทิ InterPride 2026, the Annual Global Wellness Summit จังหวัดภูเก็ต, เวทีเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญ The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meeting กรุงเทพฯ, เทศกาลดนตรี Tomorrowland ครั้งแรกในประเทศไทยที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569, เทศกาลดนตรี Wonderfruit รวมถึงประเพณีทรงคุณค่าที่มีชื่อเสียงในระดับสากล อาทิ ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี, ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม, งาน Vijit Chao Phraya 2026 รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความหลากหลายและเท่าเทียมผ่านกิจกรรม the Pride Show Bangkok 2026 และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026, HYROX และ Spartan Race Thailand 

ต่อเนื่องกับ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยปัจจุบันได้ก้าวข้ามจากแนวคิด “Healing” ไปสู่ “Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสที่โดดเด่นบนเวทีโลก จากจุดแข็งในการผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดด้วยสมุนไพร น้ำพุร้อนเค็ม การอาบป่า สมาธิ และโยคะท่ามกลางธรรมชาติ ควบคู่กับความเป็นเลิศด้านการแพทย์ มาตรฐานบริการระดับสากล และมิตรไมตรีแบบไทย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม และความหลากหลายของอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาคผ่านรสชาติและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของวิถีชีวิต ภูมิปัญญาและรากเหง้าของผู้คน โดยศักยภาพดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งการที่กรุงเทพมหานครได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารยอดเยี่ยมจาก Tripadvisor’s Travelers’ Choice Awards 2026 จังหวัดสงขลาได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO ตลอดจนความสำเร็จครบรอบ 10 ปีของโครงการ MICHELIN Guide Thailand ที่ ททท. ร่วมยกระดับและเผยแพร่อาหารไทยสู่เวทีโลก

ในมิติความยั่งยืน ททท. ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) STG STAR และ CF Hotels ควบคู่กับการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โดยมี “Krabi Prototype” เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู (Regenerative Tourism) ที่สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากร การมีส่วนร่วมของชุมชน และการมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย พร้อมผลักดันจังหวัดกระบี่สู่การเป็น Global Green Destination และเตรียมขยายผลสู่จังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้ ขณะเดียวกัน การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Sustainable Tourism Conference 2026 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังสะท้อนบทบาทของไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่แนวปฏิบัติสากล เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก

ด้วยการมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกมิติอย่างต่อเนื่องและการเพิ่มมูลค่าแก่อัตลักษณ์ไทยอย่างหลากหลาย  ททท. พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “New Thailand” ที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างสมดุลยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน งาน TTM+ ยังคงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างความร่วมมือทางธุรกิจ และเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน