Onlinenewstime.com : แอลจีเผยทิศทางธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิงยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “One Home. Endless Vibes.” มุ่งสร้างระบบนิเวศความบันเทิงภายในบ้านด้วย AI จอภาพ และเครื่องเสียงอัจฉริยะ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค Personal Viewing Era ที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะบุคคล พร้อมตั้งเป้าเติบโตในตลาดทีวีจอใหญ่ 20% และยกระดับบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิงอย่างไร้รอยต่อ
ในวันที่บ้านกำลังเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่พักอาศัยสู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิต การทำงาน และความบันเทิง แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กำลังวางหมากธุรกิจครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์เฉพาะบุคคล” มากกว่าการเป็นเจ้าของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว
ภายในงาน “집들이 by LG ทุกก้าวของการใช้ชีวิตในบ้าน เริ่มต้นกับแอลจี” ป๊อปอัพสไตล์เกาหลีครั้งแรกในประเทศไทย แอลจีได้ประกาศทิศทางธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิงภายใต้แนวคิด Feel the Fullest Experience พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ “One Home. Endless Vibes.” ที่มุ่งยกระดับบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของสมาชิกแต่ละคนผ่านการเชื่อมต่อเทคโนโลยี AI จอภาพ และเครื่องเสียงอัจฉริยะในระบบนิเวศเดียวกัน
กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์จากยุค Mass Viewing สู่ยุค Personal Viewing Era ซึ่งผู้บริโภคแต่ละคนภายในบ้านต่างมีพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ ความชื่นชอบ และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ส่งผลให้แบรนด์ต้องปรับบทบาทจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ไปสู่ผู้สร้าง “ประสบการณ์” ที่สามารถตอบสนองความต้องการรายบุคคลได้แบบเรียลไทม์
นาย ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และวิธีการใช้ชีวิตของผู้คน แอลจีจึงมุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “AI in Action” จากวิสัยทัศน์สู่การใช้งานจริง ผ่านระบบนิเวศอัจฉริยะที่สามารถเข้าใจ เรียนรู้ และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง
ภายใต้แนวคิด “One Home. Endless Vibes.” แอลจีมองว่าผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการอิสระในการเข้าถึงความบันเทิงอย่างไร้ข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ หรือการใช้งานจอภาพไลฟ์สไตล์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน ซึ่งนวัตกรรมของแอลจีจะเข้ามาช่วยเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
จากทีวีสู่ “Display & Audio Ecosystem”
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ครั้งนี้คือการสร้าง “Display & Audio Ecosystem” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับชมคอนเทนต์ แต่เป็นการผสานภาพ เสียง และ AI เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนมุมมองใหม่ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งกำลังแข่งขันกันที่ระบบนิเวศ (Ecosystem Competition) มากกว่าการแข่งขันด้านสเปกของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว โดยแอลจีเชื่อว่าตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ไทยยังมีศักยภาพเติบโตจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในบ้านเร็วขึ้น และมองหาโซลูชันที่รวมดีไซน์ ประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่ออัจฉริยะไว้ในอุปกรณ์เดียว
ด้วยปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงตั้งเป้าหมายการเติบโตของกลุ่มทีวีจอใหญ่ไว้ที่ 20% ภายในปีนี้ โดยใช้จุดแข็งด้านนวัตกรรม “K-Tech” เป็นตัวขับเคลื่อนความเชื่อมั่นและสร้างความแตกต่างในตลาด

AI Voice ID ก้าวต่อไปของ Personalized Experience
หนึ่งในนวัตกรรมที่สะท้อนแนวคิด AI in Action อย่างชัดเจนคือ AI Voice ID หรือ “Your Voice is the Key” เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามการสั่งงานด้วยเสียงแบบเดิม
ระบบสามารถจดจำและระบุตัวตนของผู้พูดได้โดยอัตโนมัติ พร้อมนำผู้ใช้เข้าสู่หน้า My Page ส่วนตัวที่รวบรวมคอนเทนต์ การตั้งค่า และความชื่นชอบเฉพาะบุคคลทันที ช่วยลดขั้นตอนการใช้งานและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างสำหรับสมาชิกแต่ละคนภายในบ้าน
นอกจากนี้ AI Voice ID ยังเชื่อมต่อการทำงานกับแอปพลิเคชัน LG ThinQ ผ่าน Home Hub และ LG Magic Remote ทำให้ทีวีกลายเป็นศูนย์กลางการควบคุมบ้านอัจฉริยะได้อย่างสมบูรณ์
Premium Lifestyle Ecosystem เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
เพื่อรองรับแนวคิด One Home. Endless Vibes. แอลจีได้เปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สะท้อนการหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยี ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์
ในกลุ่มทีวีระดับพรีเมียม LG OLED evo AI W6 รุ่น OLED77W6 โดดเด่นด้วยดีไซน์ Wallpaper TV บางเพียง 9 มิลลิเมตร พร้อมระบบเชื่อมต่อแบบ Wireless และเทคโนโลยี AI Picture Pro และ AI Sound Pro ที่ยกระดับคุณภาพภาพและเสียงสู่มาตรฐานใหม่
ขณะที่ LG Micro RGB evo AI รุ่น 100MRGB96BS ทีวีเรือธงขนาด 100 นิ้ว มาพร้อมเทคโนโลยี Micro RGB รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์เสมือนโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน
ในกลุ่มจอไลฟ์สไตล์ LG StanbyME 2 สะท้อนแนวโน้มการใช้ชีวิตแบบ Flexible Living ด้วยหน้าจอไร้สายที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย รองรับทั้งการรับชมคอนเทนต์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะที่ Smart Monitor Swing รุ่น 32U889SA-W ตอบโจทย์เทรนด์ Work-Life Integration ที่ผสานการทำงานและความบันเทิงไว้ในอุปกรณ์เดียว
สำหรับตลาดเกมมิ่ง แอลจีเดินหน้ารุกเซ็กเมนต์พรีเมียมผ่าน LG UltraGear™ OLED GX9 รุ่น 45GX950A จอ OLED 5K2K แบบโค้งขนาด 45 นิ้ว รุ่นแรกและใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเปิดตัว LG UltraGear evo AI Monitor 39GX950B-B เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานเกมมิ่งระดับไฮเอนด์ที่ต้องการประสิทธิภาพและประสบการณ์ภาพขั้นสูง
ด้านเครื่องเสียง บริษัทเสริมทัพด้วย LG xboom AI Stage 501 และ LG Home Theater Soundbar S95TR ที่รองรับ Dolby Atmos เพื่อเติมเต็มประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงภายในบ้าน
บ้านในฐานะแพลตฟอร์มแห่งอนาคต
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และทิศทางธุรกิจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ของแอลจีไม่ได้มุ่งแข่งขันในตลาดทีวีหรือจอภาพเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มประสบการณ์ภายในบ้านที่เชื่อมโยงความบันเทิง การทำงาน และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน
ภายใต้แนวคิด “Optimized for Every Me” บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนประสบการณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้แบบเฉพาะตัว ผ่านการทำงานร่วมกันของ AI จอภาพ และเครื่องเสียงอัจฉริยะในระบบนิเวศเดียวกัน
นี่คือทิศทางสำคัญของตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ในอนาคต ที่การแข่งขันจะไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพของหน้าจอหรือขนาดทีวีอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล และทำให้บ้านกลายเป็นศูนย์กลางของทุกมิติแห่งการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
