fbpx
News Update

ประธานเครือสหพัฒน์ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” หนุนรัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างงาน ดึงความเชื่อมั่นต่างชาติ

Onlinenewstime.com : ประธานเครือสหพัฒน์เสนอรัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมย้ำความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการพัฒนา มองนโยบายแจกเงินควรต่อยอดสู่การสร้างฐานข้อมูลประเทศ ขณะที่ภาคเอกชนพยายามตรึงราคาสินค้าแม้ต้นทุนพุ่ง หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัว การแข่งขันในเวทีโลกที่รุนแรงขึ้น และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ มองว่ากุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพประเทศไม่ใช่มาตรการระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่จะสร้างรากฐานการเติบโตในระยะยาว

Infrastructure เครื่องยนต์ตัวจริงของเศรษฐกิจ

คุณบุณยสิทธิ์สะท้อนมุมมองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกล้าตัดสินใจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น เพราะเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจ้างงาน การกระตุ้นการใช้จ่าย และการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

สำหรับเขา โครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่เพียงถนน ทางด่วน หรือสนามบิน แต่เป็น “เครื่องมือ” ที่ทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทเรียนจากอดีตอย่างการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและระบบทางด่วนในกรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างสำคัญ แม้ในช่วงเริ่มต้นจะเผชิญเสียงคัดค้านจำนวนมาก แต่หากประเทศไทยไม่ตัดสินใจลงทุนในวันนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงกับโลกภายนอกอาจเผชิญข้อจำกัดมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในมุมมองของคุณบุณยสิทธิ์ ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรอให้นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้เริ่มต้นเสมอไป แต่ภาครัฐควรเป็นผู้วางรากฐานและสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อเปิดทางให้การลงทุนในอนาคตเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

สร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคือการสร้างงานในวงกว้าง ตั้งแต่แรงงานภาคก่อสร้าง ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน

เมื่อมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น รายได้ก็จะกระจายลงสู่ระดับครัวเรือน ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและหมุนเวียนทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง เป็นกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ภาพรวมของประเทศ

คุณบุณยสิทธิ์มองว่า หากรัฐต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การลงทุนที่ก่อให้เกิดการจ้างงานจำนวนมากคือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ความชัดเจนของนโยบาย สัญญาณบวกต่อนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากการลงทุนภายในประเทศแล้ว คุณบุณยสิทธิ์ยังมองเห็นสัญญาณเชิงบวกจากความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมามองประเทศไทยมากขึ้น

เขาสังเกตจากทิศทางตลาดทุนที่มีการปรับตัวดีขึ้น สะท้อนว่าต่างชาติกำลังมองเห็นโอกาสและศักยภาพของเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โดยปัจจัยสำคัญคือความชัดเจนของนโยบายภาครัฐและการเดินหน้าโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การดึงดูดการลงทุนไม่ใช่เพียงเรื่องของนโยบายเท่านั้น แต่ต้องควบคู่ไปกับหลักธรรมาภิบาล เพราะหากการลงทุนขาดความโปร่งใส ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว

“โปร่งใส” เงื่อนไขสำคัญของการพัฒนา

แม้จะสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งลงทุน แต่คุณบุณยสิทธิ์ย้ำชัดว่า ทุกโครงการต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและตรวจสอบได้

สำหรับเขา ความกล้าตัดสินใจและความโปร่งใสเป็นสองสิ่งที่ต้องเดินควบคู่กัน หากโครงการใดไม่โปร่งใสก็ไม่ควรเดินหน้า แต่หากมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศและดำเนินการอย่างถูกต้อง ก็ควรเร่งดำเนินการโดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงใช้กับภาครัฐ แต่ยังสะท้อนมายังภาคธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก

สหพัฒน์กับภารกิจตรึงราคาสินค้า ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง

ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เครือสหพัฒน์ยังคงพยายามตรึงราคาสินค้าให้นิ่งที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

คุณบุณยสิทธิ์ยืนยันว่า บริษัทไม่ต้องการฉวยโอกาสจากสถานการณ์เพื่อปรับขึ้นราคาสินค้าเกินความจำเป็น แต่หากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นจนเกินขีดความสามารถในการรับภาระ ธุรกิจก็จำเป็นต้องปรับตัวตามกลไกตลาดเพื่อรักษาความอยู่รอด

แนวทางดังกล่าวสะท้อนมุมมองของภาคเอกชนที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้บริโภคและการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

แจกเงินอย่างไรให้ได้มากกว่า “การบริโภค”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อนโยบายแจกเงินของภาครัฐ ซึ่งคุณบุณยสิทธิ์เสนอให้มองนโยบายนี้ในมิติที่ลึกกว่าการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น

เขามองว่า หากรัฐบาลสามารถใช้โอกาสดังกล่าวในการรวบรวมข้อมูลประชาชนอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Data Center ที่มีคุณค่าต่อการบริหารประเทศในอนาคต

ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่าย การวางนโยบายสาธารณะ และการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

แม้จะยอมรับว่าการแจกเงินมีข้อกังวลเรื่องการสร้างพฤติกรรมรอรับความช่วยเหลือจากรัฐ แต่หากสามารถเปลี่ยนต้นทุนของนโยบายให้กลายเป็นการลงทุนด้านข้อมูล ก็อาจเป็นผลตอบแทนระยะยาวที่คุ้มค่าต่อประเทศ

ค่าเงินบาทและโจทย์ความสามารถแข่งขันของไทย

นอกเหนือจากปัจจัยภายในประเทศ คุณบุณยสิทธิ์ยังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ค่าเงินบาท ซึ่งมีผลโดยตรงต่อภาคการส่งออกและความสามารถในการแข่งขันของไทย

ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวในระดับประมาณ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมที่พึ่งพารายได้จากตลาดต่างประเทศ

หากไม่สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม

กล้าคิด กล้าลงทุน และโปร่งใส คือสูตรฟื้นเศรษฐกิจไทย

สารสำคัญจากมุมมองของคุณบุณยสิทธิ์ คือประเทศไทยต้องมองการพัฒนาในระยะยาวมากขึ้น ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างฐานข้อมูลประเทศ และการบริหารจัดการที่โปร่งใส

เพราะในโลกที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางรากฐานที่แข็งแรง กล้าตัดสินใจในสิ่งจำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งประชาชนและนักลงทุนในระยะยาว