fbpx
News update

เมื่อทุนไทยลุกขึ้นสู้โลกร้อน “กบข.–AIMC–ตลาดหลักทรัพย์ฯ” ผนึกพลังดันบริษัทจดทะเบียน สู่ Climate Transition

Onlinenewstime.com : กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) จับมือ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้าบทบาทเชิงรุกในตลาดทุนไทย ผลักดันบริษัทจดทะเบียนบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

ผ่านกลไก Positive Engagement และ Climate Transition Engagement สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (NDC) ตามข้อตกลงปารีส พร้อมยกระดับมาตรฐาน ESG และการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนสู่ระดับสากล

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า “ในฐานะนักลงทุนสถาบันที่ยึดมั่นในหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (PRI) กบข. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าสู่กระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และสร้างมาตรฐานร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศของตลาดทุนไทย

ที่ผ่านมา กบข. ได้เข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียนในพอร์ตการลงทุนอย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน หนึ่งในประเด็นที่ กบข. ให้ความสำคัญคือการสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้หากมีกรณีที่บริษัทจดทะเบียนพบประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กบข. พร้อมร่วมมือกับ AIMC ในการติดตาม แนะนำ และผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ผ่านการลงทุนที่มีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน”

นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ในฐานะตัวแทนบริษัทจัดการลงทุนได้กล่าวว่า “ความยั่งยืนหรือ ESG เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในตลาดทุนไทย ซึ่งที่ผ่านมาเราเน้นการหารืออย่างสร้างสรรค์ (Positive Engagement) และได้เห็นพัฒนาการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนมาโดยตลอด

สำหรับการก้าวไปข้างหน้าในมิติของ Climate Transition นั้น กลุ่มบริษัทจัดการลงทุนเองมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้าน ESG ภายใน บลจ. พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนพอร์ตการลงทุนไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Portfolio Emission) ให้บรรลุเป้าหมายของประเทศควบคู่ไปบริษัทจดทะเบียน

เราจึงได้รวมพลังกันทั้งอุตสาหกรรมเพื่อทำ Climate Transition Engagement เป็นการเฉพาะ กำหนดมาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหา จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมาย บจ.ตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด

รวมถึงการวางแผนดำเนินงานในระยะยาวเพื่อติดตามความคืบหน้าของ บจ.ในการเปิดเผยและสอบทานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของ บจ.ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือเกิดปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ เราพร้อมจะร่วมกันดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติสากลในการทำ Positive Engagement ร่วมหารือกับบริษัทจดทะเบียนอย่างสร้างสรรค์

พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานของผู้จัดการกองทุนกรณีที่ปัญหาไม่ได้รับการตอบสนองแหรือไม่เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ

นอกจากนั้นเพื่อให้เกิด Big Impact เรายังได้ผสานความร่วมมือกับ กบข. เพื่อให้การทำ Collective Action ของนักลงทุนสถาบันมีน้ำหนักยิ่งขึ้นและได้ร่วมมือกับทางตลท.เพื่อให้ระบบนิเวศน์ของการดำเนินการในการสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนก้าวผ่านการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาด้านภูมิอากาศสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและยาวได้อีกทางหนึ่งด้วย”

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในตลาดทุน โดยเฉพาะบทบาทเชิงรุกของนักลงทุนสถาบันในการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับบทบาทของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Climate Transition) ได้อย่างเป็นระบบ

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เครื่องมือ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของตลาดทุน เพื่อส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามแนวทางสากล ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพข้อมูลให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมถึงติดตามความคืบหน้าของบริษัทจดทะเบียนได้จริง”

ในการนี้ทั้ง 3 องค์กรได้แสดงความเชื่อมั่นว่าการแสดงพลังของผู้ลงทุนสถาบันไทย ที่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนที่มีความรับผิดชอบ โดยการทำงานเชิงรุกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้ริเริ่มเพิ่มเติมขึ้นมาในครั้งนี้จะช่วยก่อให้เกิด Big Impact การมีส่วนร่วมของผู้ลงทุนสถาบันและทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ (NDC) ซึ่งที่สุดแล้วไม่เพียงแค่จะลงทุนในธุรกิจที่ยั่งยืน แต่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้บริษัทจดทะเบียนกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนที่ชัดเจนและดำเนินการตามแผน Climate Transition อย่างต่อเนื่อง