Onlinenewstime.com : กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ ขับเคลื่อนการจัดทำ Carbon Sink Roadmap ของประเทศไทย โดยยกระดับ “ป่า” ทั้งป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจให้เป็นกลไกเชิงนโยบายหลักในการกักเก็บคาร์บอน
วางกรอบการเพิ่มพื้นที่ป่าบก ป่าชายเลน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล ควบคู่การขยายพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตในอนาคต ตั้งเป้าหนุนการกักเก็บคาร์บอน 118 MtCO2eq เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 ภายในปี 2578 ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังข้อเสนอแนะและพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนาแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการ กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายธวัชชัย แสงคำสุข องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่กรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร
ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางกระบวนการในการจัดทำแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย ผลและแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติงานด้านแหล่งกักเก็บคาร์บอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศป่าบก ป่าชายเลนและหญ้าทะเล และพื้นที่สีเขียวในเมือง
ทั้งนี้ แผนที่นำทางจากสถานการณ์จำลอง (Scenario) โดยการเพิ่มพื้นที่ป่าบกประกอบด้วยป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจ ภายในปี พ.ศ. 2580 การเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล
รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง พร้อมกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะขั้นต่ำ 10 ตารางเมตร/คน จะสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอนที่ 118 MtCO2eq เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ภายในปี พ.ศ. 2578
ที่ประชุมยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะต่อแนวทาง แผนปฏิบัติการ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการกักเก็บคาร์บอน รวมทั้ง ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ในการกักเก็บคาร์บอนของแต่ละระบบนิเวศ เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการด้านการกักเก็บคาร์บอนต่อไป
ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงให้เห็นถึงการตระหนักในความพยายามร่วมกันในการแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศและระดับโลก รวมทั้งการบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพในการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
