Onlinenewstime.com : ภาพจำ “ถนนแจ้งวัฒนะ” ในช่วงฤดูฝนของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นภาพของปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากรอการระบาย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนที่สัญจร ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน
แต่ยังมีต้นแบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนซ่อนตัวอยู่ภายใต้พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า378 ไร่ของ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ แม้เข้ามาตั้งอยู่บนต้นถนนแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้สร้างภาระ การระบายน้ำเพิ่มให้กับพื้นที่ จึงเป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า “สถาปัตยกรรม” และ “นวัตกรรม” สามารถผสานรวมกันเพื่อเป็นเกราะกำบังและเป็นทางออกของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
สถาปัตยกรรมคิดเผื่อวิกฤต มั่นคงด้านน้ำ 24 ชั่วโมง
ดร. ธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วยว่า จากวิสัยทัศน์ 22 ปีของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

ระบบประปาที่นี่จึงถูกออกแบบให้รับน้ำผ่านท่อหลัก 2 เส้นคู่ขนาน เพื่อป้องกันการหยุดชะงัก พร้อมติดตั้งถังเก็บน้ำสำรองใต้ดินขนาดใหญ่ใต้อาคารวิศวกรรม สำรองน้ำให้ข้าราชการและประชาชนใช้ในภาวะฉุกเฉินได้นานถึง 2 วันเต็ม รวมถึงกระจายถังสำรองน้ำไว้ตามแกนอาคารต่างๆ เพื่อความมั่นคงสูงสุด
“แก้มลิงใต้ดิน” ซับน้ำฝน ไม่สร้างภาระให้คนแจ้งวัฒนะ
DAD เปลี่ยนพื้นที่ศูนย์ราชการฯ ให้เป็น Urban Sponge (เมืองฟองน้ำ) โดยบูรณาการพื้นที่สีเขียวกว่า138 ไร่ ให้ทำหน้าที่เป็นระบบแก้มลิงประสิทธิภาพสูง มีศักยภาพกักเก็บน้ำรวม 23,842 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นพื้นที่สีเขียวซับน้ำ 18,540 ลบ.ม. และเรือนยอดต้นไม้ ช่วยสกัดกั้นน้ำได้ 5,320 ลบ.ม.
เมื่อฝนตกหนัก ระบบจะกักเก็บและหน่วงน้ำไว้ทันที เพื่อไม่ให้ไหลไปซ้ำเติมระบบระบายน้ำสาธารณะบนถนนแจ้งวัฒนะ และจะทยอยระบายออกเมื่อสถานการณ์ภายนอกคลี่คลาย โดยระบบนี้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้เทียบเท่าฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 125 ปี นอกจากนี้ ก่อนเข้าฤดูฝนจะมีการ “พร่องน้ำ” ล่วงหน้า ส่วนในฤดูร้อนยังนำน้ำที่เก็บไว้มาหล่อเลี้ยงต้นไม้โดยไม่ต้องพึ่งน้ำประปา
พลิกแนวคิดสู่ “Zero Discharge” บำบัดน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่
ภายใต้ปรัชญาปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ (Zero Discharge) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ได้แยกประเภทน้ำเสียจากครัวและห้องน้ำตั้งแต่ต้นทางเพื่อเข้าสู่ระบบบำบัดแบบตะกอนเร่ง ล่าสุด DAD ได้ยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรองรับพื้นที่โซน C โดยใช้คอมพิวเตอร์อัจฉริยะควบคุม ร่วมกับระบบกรองขั้นสูงอย่าง Ultrafiltration และ Ozone ในการฆ่าเชื้อโรค พร้อมตรวจวัดค่า BOD แบบเรียลไทม์ ทำให้น้ำที่ผ่านการบำบัดสะอาดตามมาตรฐานสากล ก่อนนำกลับไปใช้รดน้ำต้นไม้ ล้างถนน และใช้ในระบบสุขภัณฑ์
ความสำเร็จที่จับต้องได้ ด้วยรางวัลระดับประเทศ โมเดลการจัดการน้ำครบวงจรนี้ การันตีด้วย “รางวัลอาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสียระดับทอง” (คะแนนเต็ม 110 คะแนน) ในปี 2563 สะท้อนว่าการลงทุนในนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและป้องกันภัยพิบัติ แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนรอบข้าง เป็นคำตอบของการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของเมืองใหญ่ในปัจจุบัน
