fbpx
News update

สภาเทคนิคการแพทย์ ออกแนวทางใหม่ “เจาะเลือดไม่ต้องงดน้ำเปล่า” ชี้งดน้ำเสี่ยงผลตรวจคลาดเคลื่อน

Onlinenewstime.com : สภาเทคนิคการแพทย์ ประกาศแนวทางใหม่การเตรียมตัวก่อนตรวจเลือด ยืนยัน “ดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ” ระหว่างงดอาหาร เตือนการงดน้ำอาจทำให้ค่าเลือดผิดเพี้ยน เสี่ยงวินิจฉัยคลาดเคลื่อน พร้อมแนะสถานพยาบาลปรับข้อความเป็น “งดอาหาร แต่ไม่งดน้ำเปล่า” ให้สอดคล้องมาตรฐานสากล

ออกประกาศแนวทางปฏิบัติใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 เกี่ยวกับ “การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ” โดยปรับความเข้าใจสำคัญว่า ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดน้ำเปล่า และสามารถดื่มได้ตามปกติในช่วงงดอาหาร (Fasting)

เหตุผลสำคัญของการงดน้ำ = เสี่ยงผลตรวจผิด

หนึ่งในประเด็นสำคัญของแนวทางใหม่ คือการชี้ให้เห็นว่า “การงดน้ำ” อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเกิดภาวะ Hemoconcentration (เลือดข้น) ซึ่งทำให้ค่าทางห้องปฏิบัติการคลาดเคลื่อน เช่น

  • Hemoglobin สูงขึ้น 10-15%
  • ค่า Creatinine และ BUN สูงเกินจริง
  • เสี่ยงต่อการวินิจฉัยโรคผิดพลาด

นอกจากนี้ ภาวะขาดน้ำยังทำให้เส้นเลือดแฟบ ส่งผลให้การเจาะเลือดยากขึ้น ต้องแทงซ้ำหลายครั้ง เพิ่มความเจ็บปวดและความเสี่ยงต่อผู้ป่วย

อ้างอิงมาตรฐานสากล

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และมาตรฐานระดับนานาชาติ ที่ยืนยันว่า การดื่มน้ำเปล่าไม่มีผลกระทบต่อความแม่นยำของผลตรวจเลือดในเชิงคลินิก ขณะที่ค่าอ้างอิง (Reference Range) ที่ใช้ในปัจจุบัน ล้วนพัฒนามาจากกลุ่มตัวอย่างที่ดื่มน้ำตามปกติ

แนวปฏิบัติใหม่ที่ต้องรู้

  • ดื่มได้เฉพาะ “น้ำเปล่าบริสุทธิ์” (ไม่มีสี ไม่มีรส ไม่มีแคลอรี่ ไม่มีสารเติมแต่ง)
  • งดเครื่องดื่มทุกชนิด เช่น ชา กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มผสมวิตามิน
  • แนะนำสถานพยาบาลปรับข้อความในใบนัด จาก“งดน้ำและอาหาร” เป็น “งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่าบริสุทธิ์”

เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย

การปรับแนวทางครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานระบบห้องปฏิบัติการไทย ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของผลตรวจ และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้รับบริการ โดยเฉพาะในยุคที่การวินิจฉัยโรคต้องอาศัยข้อมูลเชิงแม่นยำสูง