News Update

แฮกเกอร์ ถล่มซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เจาะระบบตู้เย็นปรับอุณหภูมิพุ่ง 50 องศา สินค้าเสียหายหลายล้านยูโร

Onlinenewstime.com : แฮกเกอร์โจมตีระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายประเทศในยุโรป เจาะระบบจากระยะไกลและปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นผิดปกติ บางแห่งพุ่งถึง 50 องศาเซลเซียส (122 องศาฟาเรนไฮต์) ส่งผลให้เนื้อสด ผลิตภัณฑ์นม และอาหารแช่เย็นจำนวนมากเสียหาย ต้องนำออกจากชั้นวางและทำลายเพื่อความปลอดภัย คาดความเสียหายรวมหลายล้านยูโร ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์เร่งแจ้งเตือนผู้ค้าปลีกทั่วยุโรป

เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2026 โดยส่งผลกระทบต่อซูเปอร์มาร์เก็ตในเบลเยียม สวีเดน ลักเซมเบิร์ก และไอร์แลนด์ ผู้ก่อเหตุสามารถเข้าถึงระบบควบคุมอุณหภูมิของตู้แช่สินค้าจากระยะไกล ก่อนปรับเปลี่ยนค่าควบคุมอุณหภูมิให้สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้สินค้าแช่เย็นและแช่แข็งไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยในการบริโภคได้

ไทม์ไลน์เหตุการณ์โจมตีซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป

กลางเดือนตุลาคม 2026 ซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศสมากกว่า 700 สาขารายงานความผิดปกติของระบบควบคุมตู้แช่แข็ง โดยมีรายงานว่าอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สินค้าเสียหายจำนวนมาก และทางการเปิดสอบสวน

คืนวันที่ 1 พฤศจิกายน เครือซูเปอร์มาร์เก็ต Delhaize พบเหตุการณ์ด้านไอที กระทบร้านประมาณ 40 สาขาในเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ก่อนที่วันที่ 2 พฤศจิกายน ร้าน ICA และ Coop ในสวีเดนจะรายงานความผิดปกติของระบบทำความเย็น เช่นเดียวกับ SuperValu ในไอร์แลนด์ที่ได้รับผลกระทบ 13 สาขา

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรออกแจ้งเตือนผู้ค้าปลีก หลังมีรายงานเหตุการณ์ในหลายประเทศ ได้แก่ เบลเยียม สวีเดน ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเอสโตเนีย โดยยังไม่มีการยืนยันว่าทุกเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่

สินค้าแช่เย็นเสี่ยงปนเปื้อน ผู้บริโภคต้องระวัง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสียหายต่อระบบไอที แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยด้านอาหารและผู้บริโภค เนื่องจากเจ้าหน้าที่และพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตต้องเร่งนำสินค้าแช่เย็นออกจากชั้นวาง หลังพบว่าอาหารที่เคยเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำกลับมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระหว่างการเก็บรักษาอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค ส่งผลให้สินค้าจำนวนมากต้องถูกทำลายเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่รายงานประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจากการต้องทิ้งสินค้าอาจสูงถึงหลายล้านยูโร

สำหรับผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าแช่เย็นจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามประกาศจากผู้จำหน่ายหรือผู้ผลิตก่อนนำสินค้ามาบริโภค หากพบว่าสินค้ามีกลิ่นผิดปกติ บรรจุภัณฑ์บวม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัย ควรงดบริโภคและติดต่อร้านค้าที่ซื้อสินค้า

ยังไม่ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ

ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ใด รวมถึงยังไม่ทราบแรงจูงใจที่ชัดเจนว่าเป็นการโจมตีเพื่อเรียกค่าไถ่ การก่อกวน หรือการมุ่งสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการโจมตีที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้าควบคุมระบบทำความเย็นซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากระยะไกล มีลักษณะสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อกังวลว่าการโจมตีครั้งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่จากอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) โดยเฉพาะระบบทำความเย็นในธุรกิจค้าปลีกที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้สามารถตรวจสอบและบริหารจัดการอุณหภูมิจากส่วนกลางได้อย่างสะดวก

แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่หากระบบไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ก็อาจกลายเป็นช่องทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล จนนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับระบบคอมพิวเตอร์ แต่ลุกลามไปถึงสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน ความปลอดภัยด้านอาหาร และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ที่มา : สำนักข่าวต่างประเทศ