Onlinenewstime.com : คณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เห็นชอบทบทวนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2563 – 2565 เน้นการทำงานอย่างบูรณาการกับภาคีทุกภาคส่วน ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล ที่ต้องการพัฒนาจากฐานราก เพิ่มโอกาสชุมชนมีรายได้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ในการประชุมคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) กล่าวว่า ที่ประชุม มีมติเห็นชอบร่วมกันในหลักการการทบทวนแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2563 – 2565 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น แผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
ในรายละเอียดของการดำเนินงานตามแผน จะเพิ่มเติมความเชื่อมโยง และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนทุกระดับ เพื่อผลสัมฤทธิ์ตอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกัน อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นเอกภาพในทิศทางเดียวกันของ 24 หน่วยงาน ภายใต้คณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและองค์กรชุมชน จากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แผนนี้จัดทำโดยความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
“โดยภาพรวมของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว จัดทำขึ้นภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน ทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยการสัมภาษณ์ และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น รวมถึงเวทีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยว”
รับรองมาตรฐาน 19 ชุมชนนำร่อง
นายโชติ กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้รับรองผลการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ครั้งแรกของประเทศไทย ประจำปี 2562 จำนวน 19 ชุมชนทั่วประเทศ อาทิ ชุมชนเมืองโบราณทวารวดี-อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ. ชลบุรี ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จ. กระบี่ และชุมชนพระบาทห้วยต้ม จ. ลำพูน เป็นต้น ซึ่งตรามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ว่ามีมาตรฐาน มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง
นอกจากนั้นกรมการท่องเที่ยว ยังได้ประกาศกำหนดเขตพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในท้องถิ่นหรือชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ครั้งที่ 1 จำนวน 4 ชุมชน และ ครั้งที่ 2 จำนวน 22 ชุมชน เพื่อให้มัคคุเทศก์ ซึ่งได้รับการยกเว้นคุณสมบัติ ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน นักสื่อความหมาย เจ้าบ้านน้อย ในท้องถิ่น ได้เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือ ไกด์ท้องถิ่น ที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
โดยพื้นที่ที่ได้รับการประกาศ กรมการท่องเที่ยวจะเข้าไปช่วยอบรมเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ ให้แก่ผู้ที่จะเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นหรือชุมชน เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การบริการนักท่องเที่ยว การต้อนรับนักท่องเที่ยวภาษาต่างประเทศ เป็นต้น
ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ย้ำว่าการทำงานอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ของคณะอนุกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก 24 หน่วยงานซึ่งมาจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน จากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ กระบวนการต่อไป ก็จะได้ร่วมกันบูรณาการการ นำแผนไปสู่การปฏิบัติของทุกภาคส่วนพร้อมงบประมาณ โดยนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบดำเนินการตามแผนต่อไป
