fbpx
Breaking News

เผยผลสำรวจ CFO และ ผู้บริหารฝ่ายการเงิน ‘มีแผนเลิกจ้างพนักงาน’

Onlinenewstime.com : PwC เผยผลสำรวจความคิดเห็น ของซีเอฟโอและผู้บริหารฝ่ายการเงินสหรัฐฯ และเม็กซิโก พบมีแผนเลิกจ้างพนักงาน หรือ สั่งพักงานเพิ่มมากขึ้น ชี้ซีเอฟโอส่วนใหญ่ เลือกใช้มาตรการควบคุมต้นทุน ชะลอ หรือยกเลิกแผนการลงทุนหลังกังวลวิกฤตโควิด-19 กระทบต่อผลการดำเนินงาน และสภาพคล่อง

ด้าน PwC ประเทศไทย ประเมินมีบริษัทหลายราย ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงมาตรการเยียวยาอื่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ แนะบริษัทไทย เร่งเตรียมแผนการไว้เผื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อในระยะยาว

PwC เผยผลสำรวจ COVID-19 CFO Pulse Survey ครั้งที่ 3 พบว่า 26% ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือ ซีเอฟโอ (Chief Financial Officer: CFO) ในสหรัฐอเมริกาคาดว่า จะต้องมีการเลิกจ้างพนักงาน

ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก 2 สัปดาห์ก่อนที่ PwC ทำการสำรวจความคิดเห็นของซีเอฟโอสหรัฐฯ และเม็กซิโกที่ 16%

ในขณะที่การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังคงยืดเยื้อต่อไปในปี 2563 ผลกระทบทางการเงิน ได้กลายเป็นปัจจัยความกังวลอันดับแรกในกลุ่มผู้บริหารฝ่ายการเงิน โดย 75% ของซีเอฟโอชี้ว่า ตนมีความกังวลว่า วิกฤตโควิด-19 จะส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงาน และสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท

โดยในเวลานี้ 82% ของซีเอฟโอได้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ 2 ใน 3 (67%) ของผู้ถูกสำรวจ ยังมีการพิจารณาที่จะชะลอ หรือยกเลิกแผนลงทุนที่วางไว้ โดยบริษัทส่วนใหญ่ ต้องการควบคุมต้นทุน ด้วยการชะลอการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อสินทรัพย์ทั่วไป รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากร และอื่น ๆ

“ในขณะที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของไวรัสยังคงดำเนินต่อไป การพูดคุยกันในประเด็นเรื่องของกำลังแรงงาน ก็เปลี่ยนไปด้วย” นาย ทิม ไรอัน ประธาน และหุ้นส่วนอาวุโส PwC สหรัฐอเมริกา กล่าว “ผู้นำธุรกิจหลายราย ที่ผมได้พูดคุยด้วย ต้องการทำทุกอย่างเท่าที่พวกเขาจะสามารถทำได้ เพื่อปกป้องพนักงานของพวกเขา

อย่างไรก็ดี เราพบว่า การที่ธุรกิจประสบกับปัญหาการขาดกระแสรายได้ตามปกติ ทำให้ผู้บริหารจำนวนมาก ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ที่ต้องตัดสินใจในเรื่องการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งน่าเป็นห่วงว่า ในระยะต่อไป จะยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับหลายบริษัท ที่จะหลีกเลี่ยงการไม่ลดจำนวนพนักงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะกินระยะเวลายาวนานแค่ไหน”

ทั้งนี้ แนวโน้มของการเลิกจ้างพนักงานที่เพิ่มขึ้น ยังเห็นได้จากการที่ผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ (81%) คาดว่า โควิด-19 จะทำให้รายได้และ/หรือกำไรของบริษัทของตนลดลงในปีนี้ นอกจากนี้ สัดส่วนของผู้บริหารฝ่ายการเงิน (61%) ที่เชื่อว่า ธุรกิจของตนจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ได้ภายใน 3 เดือนหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลงทันที ก็ปรับตัวลดลงจากการสำรวจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนด้วยเช่นกัน

ผลสำรวจซีเอฟโอของ PwC ยังพบว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาด ต่อการจ้างงานในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น แตกต่างกันออกไป โดยผู้บริหารฝ่ายการเงินในกลุ่มบริการทางการเงิน (Financial Services) เพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่า จะมีการเลิกจ้าง

เปรียบเทียบกับซีเอฟโอ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Industrial Products) ที่ 36% และตลาดผู้บริโภค (Consumer Markets) ที่ 30% ที่คาดว่า จะมีการเลิกจ้างมากกว่า

“บริษัทต่างกำลังลดค่าใช้จ่าย และชะลอแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยี กำลังแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อสินทรัพย์มา เพื่อใช้ในการดําเนินงานของบริษัท เพื่อให้สามารถผ่านพ้นพายุทางเศรษฐกิจที่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในครั้งนี้ไปให้ได้” นางสาว เอมิที มิลไฮเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า ของ PwC กล่าว

“ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ธุรกิจจำนวนมาก มุ่งเน้นไปที่การเติบโตในระยะยาว แต่ในเวลานี้ พวกเขาถูกบีบบังคับ ให้คิดถึงสถานการณ์ในระยะสั้น และการปกป้องผลกำไรเป็นหลัก”

ด้าน นาย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย หัวหน้าสายงาน Clients and Markets หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นของซีเอฟโอครั้งที่ 3 นี้ PwC ยังได้จัดทำผลสำรวจฉบับรวม (All countries’ findings) ซึ่งได้ทำการสอบถาม มุมมองความคิดเห็นของซีเอฟโอจำนวน 824 รายในช่วงระหว่างสัปดาห์ที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยมีผู้ถูกสำรวจจาก 21 อาณาเขตและประเทศต่าง ๆ ประกอบด้วย อาร์เมเนีย, บราซิล, โคลัมเบีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ไอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, คาซัคสถาน, เม็กซิโก, ตะวันออกกลาง[1], เนเธอร์แลนด์, ฟิลิปปินส์, โปรตุเกส, สิงคโปร์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, สหรัฐอเมริกา และไทยว่า ซีเอฟโอส่วนใหญ่ (74%) ที่ถูกสำรวจเหล่านี้ มีความกังวลต่อผลกระทบทางธุรกิจ ที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ขณะที่ 80% คาดว่า รายได้ของพวกเขาในปี 2563 จะลดลงจากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 สอดคล้องกับประมาณการทางเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund: IMF) ที่คาดว่า รายได้ต่อหัวของประชากรในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก จะลดลงในปีนี้เช่นกัน

“การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย กลายเป็นมาตรการสำคัญอันดับที่ 1 ที่ซีเอฟโอทั่วโลกรวมทั้งไทยนำมาใช้ในเวลานี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกเหนือไปจากการชะลอ หรือยกเลิกแผนลงทุน

ในส่วนของผลกระทบต่อแรงงานในระยะสั้นนั้น ความกังวลของซีเอฟโอ ยังคงเป็นเรื่องความสามารถในการผลิต ที่อาจจะลดลงจากการปิดโรงงาน หรือหากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสในวงกว้าง ซึ่งนี่ยังส่งผลให้ต้องมีการสั่งพักงาน รวมถึงการเลิกจ้างพนักงานในบางกรณีด้วย

“เป็นที่แน่ชัดว่า เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องวางแผนรับมือ ในช่วงภาวะวิกฤต โดยในตอนนี้มีบริษัทหลายรายในไทย ที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

รวมถึงมาตรการเยียวยาอื่น ๆ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น กับธุรกิจของพวกเขา สำหรับบริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นบริหารจัดการภาวะวิกฤติ และยังไม่มีแผนในการฟื้นฟูกิจการ ควรต้องเร่งสรุปแผนปฏิบัติการในระยะต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมแผนระยะยาวไว้ เผื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อด้วย” นาย นิพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

[1] ตัวแทนจากบาห์เรน โอมาน กาตาร์ ซาอุดิ อาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ จอร์แดน เลบานอน และ ปาเลสไตน์

อ่านผลสำรวจโดยละเอียดได้ที่ Link

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!