fbpx
Breaking News

ทำความรู้จัก“ไวรัสโคโรนา”สายพันธุ์ใหม่ 2019 พร้อมความเสี่ยงและแนวทางป้องกัน

virus

Onlinenewstime.com : จาก เวทีเสวนาวิชาการ DISEASE X : ปฐมบทไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในวันที่ 20 มกราคม 2563 ศาสตราจารย์นายแพทย์รื่นเริง  ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการ “Disease X : ปฐมบทไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” ซึ่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันจัดขึ้น ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ปฐมบทไวรัสจากสัตว์สู่คน

ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงปฐมบทไวรัสจากสัตว์สู่คนว่า ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่า

หายนะที่เกิดขึ้นกับมนุษย์มีส่วนหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากเชื้อโรค โดยเฉพาะไวรัสที่ผ่านมาจากสัตว์โดยตรงสู่คนหรือผ่านตัวกลาง คือ เห็บ ยุง ไร ริ้น แมลง

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เริ่มเป็นที่ทราบว่า 60-70% ของเชื้อก่อโรคในคนมีต้นตอมาจากสัตว์ทั้งสิ้น และมีศักยภาพในการทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ที่จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้ การที่เชื้อจะเข้าคนสู่คนได้นั้นจะต้องมีการสมยอมให้เชื้อผ่านเข้าเซลล์และเนื้อเยื่อได้ เมื่อติดเชื้อแล้วอาจไม่มีอาการหรือมีอาการก็ได้

นอกจากนั้นเมื่อการสมยอมเกิดมีอาการแล้ว อาจจะยังตัดกันไม่ขาด ยังคงหลบอยู่ในร่างกายตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง และเกิดโรคซ้ำซ้อนขึ้นมา แม้ว่าจะผ่านไปหลายเดือนหรือเป็นปีก็ตาม เช่น โรคไข้เลือดออกอีโบลา สมองอักเสบนิปาห์ และโรคซิการ์ โดยระหว่างที่มีการสมยอมนั้นยังสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้

กระบวนการสำคัญอีกอย่างในการพัฒนาการแพร่กระจายของเชื้อโดยการติดต่อทางการหายใจ (Airborne) ถือเป็นขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพที่สุดของเชื้อโรคและเชื้ออุบัติใหม่ เนื่องจากคนไม่เคยสัมผัสมาก่อนจึงไม่มีภูมิคุ้มกันทำให้โรคอาจจะมีความรุนแรงมาก

โรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เข้ามาไทยได้อย่างไร

นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันคนจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยประมาณ 3 ล้านคน โดย 10% มาจากเมืองอู่ฮั่น

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีมาตรการการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคติดต่ออันตรายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่มาตรการที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงภายในท่าอากาศยาน คำแนะนำสำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ถ้าสามารถเลื่อนการเดินทางได้ควรเลื่อน

ข้อปฏิบัติการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง

หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง ควรหลีกเลี่ยงการไปตลาด โรงพยาบาล และบริเวณที่ขายซากสัตว์ ล้างมือบ่อย ๆ และฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ต้องระมัดระวังเนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงในการระบาดของโรค

ถอดรหัสไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงการถอดรหัสไวรัสสายพันธุ์ใหม่ว่า 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตรวจพบไวรัสใหม่ 458 ตัว ส่วนใหญ่เป็นโคโรนาไวรัส ความหลากหลายของโคโรนาไวรัสมีความซับซ้อนสูงทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ได้ง่าย

การตรวจหาโคโรนาตัวใหม่ใช้หลักการเดียวกับการตรวจหาโรคเมอร์ส โดยการตรวจไวรัสที่รู้จักมาก่อน (Known Virus) 33 ชนิด ที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และตรวจเชื้อไวรัส 2 ตระกูล คือ โคโรนาไวรัสและอินฟลูเอ็นซา เมื่อถอดรหัสพันธุกรรมสำเร็จพบว่าเหมือนกับ “Bat SARS-like Coronavirus” ประมาณ 82-90% หลังจากนั้นจึงนำไปเปรียบเทียบกับเชื้อที่ตรวจพบที่อู่ฮั่นซึ่งพบว่าตรงกัน 100 %

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่น่ากลัวขนาดไหน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่มีในขณะนี้ ผู้ที่มีอาการรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มักเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ส่วนการติดต่อนั้นเกิดขึ้นในวงจำกัด ยังไม่มีการระบาดรุนแรงเหมือนโรคซาร์ส

วิธีการป้องกัน

การป้องกันการติดเชื้อทำได้โดยหลีกเสี่ยงการสัมผัสบุคคลที่มีความเสี่ยง ล้างมือให้สะอาดและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน

อย่างไรก็ตาม ควรติดตามข้อมูลทางระบาดวิทยาและข้อมูลทางคลินิกของโรคนี้จากประเทศจีน หรือประเทศที่มีการรายงานต่อไป

สัตว์ป่าอยู่รอดเราปลอดภัย

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เชื้อโรคจากสัตว์ป่าติดต่อสู่คน ได้แก่

1. ถิ่นอาศัยถูกบุกรุก ทำลาย หรือถูกรบกวน ทำให้สัตว์ป่าออกมาอยู่พื้นที่เดียวกับมนุษย์

2. ภัยธรรมชาติที่ทำลายสมดุลของสภาพแวดล้อม

3. อาชญากรรมสัตว์ป่า สัตว์ป่ามักถูกจับจากธรรมชาติทำให้เกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันลดลง โอกาสที่เชื้อโรคในร่างกายจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและแพร่กระจายเชื้อมากขึ้น

4. การบริโภคสัตว์ป่า โดยเฉพาะขั้นตอนการประกอบอาหารที่มีโอกาสสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่าง ๆ ของสัตว์ป่า โดยในสารคัดหลั่งเหล่านี้สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสได้

อย่างไรก็ตามการดำเนินการเชิงรุกในการศึกษาวิจัย สำรวจ และเฝ้าระวังเชื้อโรคอุบัติใหม่โดยใช้วิธีการที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแนวทางในการออกกฎหมายหรือนโยบายในการจัดการด้านสุขภาพของประเทศไทยต่อไป

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!