fbpx
Breaking News

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล “Digital Industry Sentiment Index” ชี้ COVID-19 กระทบธุรกิจดิจิทัลสวนทางจำนวนผู้ใช้งาน

Onlinenewstime.com : สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือ “Digital Industry Sentiment Index” ชูการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลบนพื้นฐานของข้อมูล ผลสำรวจชี้ COVID-19 กระทบอุตสาหกรรมดิจิทัล ไม่น้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ  แม้การใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็ตาม

ในขณะที่ธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Services) เติบโตสวนทางกับตลาดฮาร์ดแวร์ ที่กำลังดิ่งลงจากพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ทั้งนี้จากดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม สะท้อนให้เห็นว่า กลไกต่างๆ กำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และมีแนวโน้มที่จะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ แต่ยังขาดกำลังคนดิจิทัล ที่จะสร้างความได้เปรียบ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่าตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้ดีป้าเร่งพัฒนาข้อมูลต่างๆ เพื่อรุดหน้านำร่อง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล บนพื้นฐานของข้อมูล ที่สร้างให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจและประชาชนนั้น

ดีป้าจึงได้เร่งดำเนินการทำสำรวจ Digital Industry Sentiment Index ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสำรวจที่ดีป้าดำเนินการ เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทั้ งดัชนีชี้วัดระดับสากล และฐานข้อมูลที่ดีป้าสำรวจเอง ทั้งในฝั่งของผู้ประกอบการ ที่เป็นฐานข้อมูล และแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัล และความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่สำรวจและนำเสนอผลรายไตรมาส ตลอดจนการสำรวจฝั่งผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

โดยในระยะแรก มุ่งเน้นที่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในภาคการผลิตเป็นอันดับแรก และจะขยายผลไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ และภาคบริการต่อไปในอนาคตอันใกล้

“แนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล มีความสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของมูลค่าตลาด ของอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งสามารถบ่งชี้ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และมีการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

เพราะดิจิทัลกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งในการขับเคลื่อนธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตาม เรายังขาดแคลนเรื่องกำลังคนดิจิทัล ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มสำคัญ ในการสร้างความได้เปรียบ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันใ ห้อุตสาหกรรมดิจิทัลไทย

กำลังคนดิจิทัลที่มีศักยภาพ ความสามารถสูง มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ให้เติบโตในตลาดโลก บัณฑิตที่จบใหม่ ต้องพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีทักษะตามที่ตลาดแรงงานดิจิทัลต้องการ ทำงานได้ทันที 

จึงต้องมีการ Upskill หรือ Reskill ก่อนที่บัณฑิตเหล่านี้ จะเข้าสู่ตลาด ดัชนีความเชื่อมั่น จึงเป็นเสียงสะท้อนว่า นโยบายที่ภาครัฐใช้นั้น เกิดผลสำเร็จได้จริงหรือไม่ หากค่าดัชนีฯ ต่ำหมายถึง ภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐ และการทำงานของภาครัฐ เพราะฉะนั้น ดัชนีฯ จึงเป็นเสียงสะท้อนโดยตรงจากผู้ประกอบการดิจิทัล” ผอ.ใหญ่ ดีป้า กล่าวเสริม

ทั้งนี้ในเชิงรายละเอียดจากการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ระดับ 43.4 ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ชี้ว่า อุตสาหกรรมดิจิทัล ก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ที่หดตัวลงอย่างรุนแรง ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 เช่นเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ แม้ว่าในช่วง COVID-19 จะมีผู้ใช้ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็ตาม แต่ผู้ประกอบการดิจิทัลส่วนใหญ่ ระบุว่า COVID -19 ทำให้ผลประกอบการโดยรวมลดลง เนื่องจากขาดแคลนแหล่งเงินทุนสนับสนุน ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขาดแคลนแรงงานที่ตรงกับสายงานที่กิจการต้องการ เป็นต้น

ต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3/2563 นี้ ดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 49.8 เป็นผลมาจากรัฐบาล เพิ่งผ่อนคลายมาตรการการควบคุมโรค COVID-19 และเร่งฟื้นฟูธุรกิจหลังจากผ่านวิกฤต COVID-19 ทำให้ผู้ประกอบการดิจิทัล เริ่มได้รับการจ้างดำเนินงาน หรือมีโครงการต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้  COVID-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชน ภาคการศึกษา นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาปรับใช้มากขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการดิจิทัล มีผลประกอบการดีขึ้น แต่ยังไม่กลับสู่สถานการณ์ปกติ

คาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล จะปรับตัวเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 61.2 เนื่องจาก COVID-19 เป็นตัวเร่งที่ ทำให้ทุกภาคส่วนเริ่มใช้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ว่าจะเป็น Cloud Technology, Software, Social Media, Online Entertainment และ Online Payment มาปรับใช้ในการทำงานหรือเกิด Digital Transformation องค์กรมากขึ้น

นอกจากนี้ดีป้า ได้ศึกษาเพิ่มเติมควบคู่กับ มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลปี 2561-2562 คาดการณ์ 3 ปี ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์กำลังประสบปัญหา จากมูลค่าตลาดฮาร์ดแวร์มีแนวโน้มลดลง ฉุดรั้งให้มูลค่าตลาดฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ ปรับตัวลดลงตามไปด้วย จาก 325,261 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 299,342 ล้านบาทในปี 2562

โดยปัจจัยหลัก เกิดมาจากการบริโภคอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ลดลง และเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในรูปแบบบริการมากขึ้น พร้อมทั้งแทนที่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เข้าถึงบริการดิจิทัลมากขึ้น จากอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้มูลค่าตลาดบริการดิจิทัลเติบโตขึ้น สวนทางกับตลาดฮาร์ดแวร์ที่มูลค่าตลาดลดลง

แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะบ่งชี้ว่า ในภาพรวม ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ก็ยังคงต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากภาครัฐ ทั้งในด้านการแข่งขันทางด้านดีไซน์ การสร้างตลาดใหม่ของกลุ่มฮาร์ดแวร์ ที่จะต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิต แล้วส่งออก แต่ต้องมีตลาดภายในประเทศ

โดย ดร.ณัฐพล ได้กล่าวทิ้งท้ายในด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัลว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล จะสอดคล้องกับการจ้างงานที่ ต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถในด้านดีไซน์ ด้าน Machine Learning และในการเพิ่มผลิตผลในอุตสาหกรรมดิจิทัล เพราะเกี่ยวข้องกับการลดต้นทุน

ขณะเดียวกัน ทักษะแรงงาน ควรจะเป็นแรงงานที่มีทักษะ หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น Data Analytic หรือ Data Engineering เป็นต้น

สำหรับรายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล “Digital Industry Sentiment Index” ดีป้าได้เผยแพร่สู่สาธารณะ และเปิดให้เข้าถึงได้ผ่าน เว็บไซต์ และ เพจเฟซบุ๊ก depa Thailand สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ ได้นำข้อมูลดังกล่าวไปต่อยอด ในการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ รวมถึงการสำรวจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ในมิติต่าง ๆ ที่ ดีป้า ดำเนินการได้ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ ดีป้า

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!