fbpx
News Update

กรมสุขภาพจิต เผยเด็กเครียดเพิ่มขึ้นจากการปิดโรงเรียนและเรียนออนไลน์

Onlinenewstime.com : นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ร่วมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด 19 สำหรับเด็กนักเรียน ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดการติดเชื้อโควิดในช่วงการระบาดระลอกที่ผ่านมา เดือนเมษายน-สิงหาคม 2564 มีเด็กที่ติดเชื้อสะสม 114,039 ราย และยังพบผลกระทบ จากการปิดโรงเรียนและการเรียนออนไลน์ พบปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ ทักษะสังคม และเสียโอกาสในการเรียนรู้เป็นอย่างมาก จากการที่ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติ

ประกอบกับกลุ่มวัยผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ได้รับวัคซีนครอบคลุม ค่อนข้างกว้างขวาง ตามเป้าหมายที่กระทรวงตั้งไว้ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มนักเรียน โดยเริ่มต้นในกลุ่มอายุ 15-18 ปีเป็นหลักก่อน เนื่องจากผลการศึกษาวัคซีนในเด็กยังมีน้อยกว่าในผู้ใหญ่ จึงต้องติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของเราทุกคน และนำไปสู่การกลับไปใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงปกติ คือสามารถไปโรงเรียน เรียนรู้ได้สมวัย และแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ทุกคนในโรงเรียนทั้งครู เจ้าหน้าที่ ผู้ปกครอง และตัวเด็กเอง ยังต้องระมัดระวังป้องกันตนเองขั้นสูงสุด เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในโรงเรียน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตเด็กทุกช่วงวัย โดยผลการสำรวจ Mental Health Check-in ข้อมูลสะสม ณ วันที่ 19-25 กันยายน 2564 โดยผู้ตอบแบบประเมิน 2,045 ราย พบเด็กมีความเครียดสูงถึงร้อยละ 29.29 ภาวะหมดไฟในการเรียนร้อยละ 16.67 สูงกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 3 เท่า บางรายมีการเรียนรู้ถดถอย

ปัญหาด้านอารมณ์จิตใจส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ไม่ได้ไปเรียนหรือมีสังคมปกติตามวัย พบภาวะติดเกม ติดโทรศัพท์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการระบาดในระลอกที่ผ่านมา พบการติดเชื้อของเด็กจากสมาชิกในครอบครัว จึงจำเป็นต้องพิจารณาเร่งการฉีดวัคซีนในภาวะฉุกเฉินในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งอาจสร้างความไม่สบายใจกับเด็ก ผู้ปกครองและครู

การสื่อสารทำความเข้าใจข้อมูลวัคซีนและความเสี่ยง รวมทั้งการเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองและเด็กมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เด็กควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะเลือกรับวัคซีนหรือไม่ หลังจากได้รับข้อมูลรอบด้าน โดยคำนึงถึงประโยชน์และผลข้างเคียง

หากเด็กมีความกังวลหรือกลัวการฉีด ควรเปิดโอกาสให้เด็กสามารถรอ และเลือกรับวัคซีนเมื่อพร้อม ประเด็นสำคัญคือ เราต้องไม่นำประเด็นวัคซีน มาเป็นการตีตราหรือล้อเลียนกัน (bully) ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ตัดสินใจไม่ฉีด หรือเลือกฉีดวัคซีนชนิดต่างกัน ไม่ควรเป็นประเด็นกีดกันไม่ให้เด็กได้รับการศึกษาตามที่ควรจะเป็น

ในกรณีที่เด็กๆ มีปัญหาความกังวลใจหรือความเครียด สามารถขอรับการปรึกษาทางช่องทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือ fb: 1323 ปรึกษาสุขภาพจิตได้

กรมสุขภาพจิต ขอแสดงความห่วงใยไปถึงประชาชนทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด หรือจากปัญหาเศรษฐกิจจนเกิดความเครียด หมดกำลังใจ เชิญชวนประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพใจของตัวเอง คนรอบข้าง และครอบครัว รับฟังซึ่งกันและกันสร้างสังคมแห่งความเห็นอกเห็นใจ ร่วมมือฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!