Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

ยูเนสโก้รับรอง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 9 ของประเทศ

_wat-phra-mahathat25072026

Onlinenewstime.com : องค์การยูเนสโกมีมติรับรอง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ส่งผลให้ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลก 9 แห่ง และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ รวมถึงเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สะท้อนคุณค่าโดดเด่นด้านศาสนา ศิลปกรรม และวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยข่าวดี ประเทศไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีโลก หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติเห็นชอบให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศ

นายสุชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ และสนับสนุนคณะผู้แทนไทยในการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการต่อคณะกรรมการมรดกโลก จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศไทยได้สำเร็จ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียน เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล เป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อด้านจิตวิญญาณ มีองค์ประกอบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศาสนาและศิลปกรรมที่ถ่ายทอดเชื่อมโยงผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทรมายาวนานกว่า 1,500 ปี อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่ยังคงสืบทอดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมกับหลักคำสอนทางศาสนาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นายสุชาติ กล่าวว่า ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก องค์กรที่ปรึกษา และประเทศรัฐภาคีทุกประเทศที่ให้การสนับสนุนประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในฐานะมรดกของมวลมนุษยชาติ และพร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะและมติของคณะกรรมการมรดกโลกไปดำเนินการอย่างจริงจังและครบถ้วน เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารให้คงอยู่สืบไป

“ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จของประเทศไทยทั้งประเทศ เป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ และเราทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันอนุรักษ์และส่งต่อคุณค่านี้ไปยังคนรุ่นหลัง” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลก ให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การยูเนสโก ควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารยังคงอัตลักษณ์ในฐานะ “มรดกโลกที่มีชีวิต (Living Heritage)” อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของมวลมนุษยชาติสืบไป

Exit mobile version