Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

สนค. เดินหน้าลงพื้นที่เชียงใหม่–กระบี่ รับฟังเสียงผู้ประกอบการและภาคส่วนพื้นที่ ต่อยอดสินค้าและบริการไทยด้วยซอฟต์พาวเวอร์

Onlinenewstime.com : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11–13 พฤษภาคม 2569 และจังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 ภายใต้ “โครงการศึกษาการเพิ่มมูลค่าการค้าสินค้าอุตสาหกรรมไทยเชิงพาณิชย์ด้วยซอฟต์พาวเวอร์”

เพื่อสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงลึก รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและจัดประชุมกลุ่มย่อยกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภูมิภาค สำหรับนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับสินค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการคือ การมุ่งศึกษาแนวทางการนำทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์อัตลักษณ์ท้องถิ่น และทรัพยากรของไทย เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ให้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ การเปิดตลาด และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่า

การลงพื้นที่ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับ 2 กลุ่มสาขาหลัก ได้แก่ กลุ่มสินค้าเครื่องหอม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์    ความงาม และกลุ่มธุรกิจบริการ โดยเฉพาะดิจิทัลคอนเทนต์ [TK1] ซึ่งเป็นกลุ่มสาขาที่ผ่านการคัดเลือกตามกรอบการศึกษาของโครงการ

โดยพิจารณาจากศักยภาพด้านแรงดึงดูดทางวัฒนธรรม ความสามารถในการต่อยอดห่วงโซ่มูลค่า และความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) พร้อมเจ้าหน้าที่และคณะที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ เพื่อพูดคุยกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่และกลุ่มผู้ประกอบการและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ (KFEC) ตลอดจน บริษัท คลองท่อม เฮอริเทจ จำกัด และบริษัท นารีส คอสเมติกส์ จำกัด พร้อมจัดประชุมกลุ่มย่อยกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ได้สะท้อนให้เห็นภาพรวมว่า กระบี่เป็นหนึ่งในจังหวัดของประเทศไทย ที่มีศักยภาพในฐานะ City of Film ทั้งการพัฒนาด้านดิจิทัลคอนเทนต์ การถ่ายทำภาพยนตร์ และการพัฒนาเป็นเมืองถ่ายทำในระดับโลก จากความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว

ขณะที่บริษัท คลองท่อม เฮอริเทจ จำกัด ตอกย้ำจุดเด่นของกระบี่ด้าน Wellness Tourism ผ่านทรัพยากรเฉพาะถิ่นอย่างน้ำพุร้อนเค็ม ซึ่งมีคุณสมบัติด้านแร่ธาตุและเรื่องเล่าทางธรณีวิทยาที่สามารถต่อยอดไปสู่บริการสุขภาพแบบองค์รวมอย่าง Drip Vitamin และ Sound Healing

บริษัท นารีส คอสเมติกส์ จำกัด แสดงให้เห็นโอกาสในการต่อยอดสมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่นผ่านระบบ OEM สู่เครื่องสำอาง เครื่องหอม ที่เชื่อมโยงกับโรงแรม สปา และตลาดประเทศเพื่อนบ้าน สะท้อนให้เห็นจุดแข็งของประเทศไทยด้านทุนทางความหลากหลายทางชีวภาพและธรรมชาติ

ผอ.สนค. แนะนำว่า ศักยภาพของจังหวัดกระบี่สามารถเริ่มขับเคลื่อนได้ในลักษณะ Quick-Win โดยไม่จำเป็นต้องรอการจัดทำนโยบายขนาดใหญ่ทั้งหมด แต่ควรเริ่มจากการทดลองในระดับพื้นที่ภายใต้รูปแบบของ Sandbox ที่บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และครีเอเตอร์ในจังหวัดเข้าด้วยกัน

ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ สนค. และคณะที่ปรึกษาได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับหลากหลายบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดประชุมกลุ่มย่อยกับผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยในสาขาธุรกิจบริการดิจิทัลคอนเทนต์ได้รับเสียงสะท้อนจากบริษัท มีสติ โปรดักชัน จำกัด ว่า ผู้ประกอบการคอนเทนต์ในเชียงใหม่กำลังปรับบทบาทสู่การเป็น Creative Content Hub ที่ผสานการผลิตคอนเทนต์ การพัฒนาช่องทางสื่อของตนเอง และการเป็นพันธมิตรด้านเนื้อหาให้กับลูกค้าจากส่วนกลาง

ขณะที่บริษัท เจ.ที. ซิลค์ จำกัด ผู้นำด้านการเลี้ยงและแปรรูปไหมชี้ให้เห็นศักยภาพของการต่อยอดไหมไทยไปไกลกว่างานคราฟต์ดั้งเดิม โดยเฉพาะการพัฒนา “รังไหมสีทองลูกผสม” ซึ่งอุดมด้วยโปรตีนเซริซิน ให้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ความงามและสินค้านวัตกรรมมูลค่าสูง สะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ในพื้นที่ของประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ผลจากการลงพื้นที่และประชุมกลุ่มย่อยจะเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบมาตรการสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผู้ประกอบการ SME ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการบริการสร้างสรรค์ หน่วยงานท้องถิ่น และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ในระยะต่อไป โครงการจะเดินหน้าสู่เวทีสำคัญในการยกระดับข้อมูลจากพื้นที่สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีกำหนดจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและเติมเต็มข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ส่วนกลาง ก่อนต่อยอดสู่กิจกรรมสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาและร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่การเพิ่มมูลค่าทางการค้า และยกระดับสินค้าและบริการไทยให้แข่งขันได้ในตลาดสากล

Exit mobile version