Onlinenewstime.com : Tapo by TP-Link เดินเกมรุกตลาดสมาร์ทโฮมไทยเต็มรูปแบบ เปิดตัวแนวคิด “Affordable Smart Home” ชูบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงง่าย ใช้งานจริง และเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ผ่านแอปเดียว พร้อมเผย “Aireal Technology” AI อัจฉริยะที่เข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์ครั้งแรกในเอเชีย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Gen Z ถึง Baby Boomer
ตลาดสมาร์ทโฮมไทยโตแรง Tapo เร่งขยายอีโคซิสเต็มครบวงจร
TP-Link ผู้นำด้านโซลูชันเครือข่ายและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระดับโลก ผู้พัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Wi-Fi อันดับ 1 ของโลก และ Tapo ผู้นำกล้องวงจรปิด Wi-Fi ในประเทศไทย ประกาศทิศทางใหม่สู่การเป็น Smart Home Ecosystem ครบวงจร ภายในงาน “Tapo: Where Smart Home Meets Real AI” ภายใต้แนวคิด “Affordable Smart Home” บ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงง่าย ราคาเป็นกันเอง และใช้งานได้จริง
ในช่วงปี 2020–2025 Tapo เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย โดยยอดขายเชิงจำนวนชิ้นเติบโตเฉลี่ยราว 55–60% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาด Smart Home ไทยที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 28–31% ต่อปีในช่วงปี 2025–2030 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคไทยที่เริ่มให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบเชื่อมต่อมากขึ้น
“กล้องอัจฉริยะ” ยังเป็น Hero Product ดันตลาดโตต่อเนื่อง
นายเดฟ เฉิน (Mr. Dave Chen) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Hero Product ของ Tapo ยังคงเป็นกล้องวงจรปิด Wi-Fi โดยเฉพาะกล้องแบบ Dual Lens ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่ได้รับความนิยมสูงในปี 2026 เพราะตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าและการครอบคลุมพื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น
เลนส์หนึ่งช่วยเก็บภาพมุมกว้าง ขณะที่อีกเลนส์สามารถหมุนติดตามความเคลื่อนไหวของคนหรือสัตว์เลี้ยง ทำให้กล้องเพียงตัวเดียวสามารถทำหน้าที่เสมือนติดตั้งกล้องหลายตัว และช่วยให้ผู้ใช้งานไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญภายในบ้าน
ปัจจุบันคาดว่ามีกล้อง Tapo ถูกติดตั้งในประเทศไทยแล้วประมาณ 1.5 ล้านตัว และกลุ่มกล้อง Tapo เติบโตถึง 9 เท่าในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา
เจาะ Pain Point คนไทย “แพง-ติดตั้งยาก-กลัวใช้ไม่จริง”
แม้ผู้บริโภคไทยจะเริ่มคุ้นเคยกับอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านมากขึ้น แต่หลายครัวเรือนยังไม่สามารถสร้าง Smart Home Ecosystem ได้เต็มรูปแบบ เพราะกังวลเรื่องราคาสูง การติดตั้งยุ่งยาก และความซับซ้อนในการใช้งาน
นายเดฟ เฉิน กล่าวว่า Tapo จึงเข้ามาแก้ Pain Point เหล่านี้ผ่านกลยุทธ์ “Affordable Smart Home” ที่มุ่งให้สมาร์ทโฮมเป็นเรื่องเริ่มต้นได้ง่าย ทั้งในด้านราคา การติดตั้ง และการใช้งาน
ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น กล้อง Wi-Fi, Smart Plug, Sensor หรือ Smart Lighting ก่อนขยายไปสู่อุปกรณ์อื่นภายในบ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบไฟ ไม่ต้องเดินสายใหม่ และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านไอทีมาก่อน
เจาะทุกเจนฯ ด้วยสมาร์ทโฮมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่างกัน
Tapo วางกลยุทธ์การสื่อสารและพัฒนาอุปกรณ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละเจเนอเรชันอย่างชัดเจน
ส่วน Baby Boomer ต้องการอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับคนในครอบครัว
กลุ่ม Gen Z เน้นความสนุก ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมผ่านมือถือ
กลุ่ม Gen Y หรือ Millennials ต้องการบ้านที่ช่วย “เป็นหูเป็นตา” ดูแลลูกเล็ก พ่อแม่สูงวัย และสัตว์เลี้ยง
กลุ่ม Gen X ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สิน
“Camera+” เปลี่ยนกล้อง Wi-Fi ให้เป็นสมองกลางของบ้าน
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ “Camera+” ที่นำกล้อง Wi-Fi ซึ่งผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้ว มาใช้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อและสั่งงานอุปกรณ์อื่นภายในบ้านแบบอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น เมื่อกล้องภายนอกตรวจพบรถของเจ้าของบ้าน ระบบจะสั่งให้ Digital Door Lock เตรียมปลดล็อก พร้อมเปิดไฟและเครื่องปรับอากาศผ่าน Smart IR Hub โดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ Tapo ยังรองรับมาตรฐาน Matter เพื่อให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมจากต่างแบรนด์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
เปิดตัว “Aireal Technology” AI เข้าใจภาษาคนครั้งแรกในเอเชีย
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว “Aireal Technology” ระบบ AI ยุคใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Microsoft ซึ่งสามารถเข้าใจบริบทของ “บ้าน” ผ่านภาษาธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นครั้งแรกในเอเชีย
Aireal เชื่อมข้อมูลจากเครือข่าย Wi-Fi กล้อง และเซ็นเซอร์ทั้งบ้านเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถามคำถามด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น “วันนี้มีคนแปลกหน้ามาที่หน้าบ้านกี่ครั้ง” หรือ “วันนี้แมวของฉันทำอะไรบ้าง” ก่อนที่ AI จะวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลให้ทันที
นายเดฟ เฉิน กล่าวว่า เป้าหมายคือการทำให้ AI สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานได้เหมือนคนในครอบครัว และลดความซับซ้อนของการตั้งค่าระบบสมาร์ทโฮม
จำลองบ้านจริงผ่าน Experience Zone สร้างภาพการใช้งานชัดเจน
ภายในงานยังมีการจำลอง Experience Zone ในรูปแบบบ้านจริง เพื่อให้ผู้ร่วมงานเห็นภาพการใช้งานสมาร์ทโฮมในชีวิตประจำวันได้ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งโซนหน้าบ้าน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว พื้นที่ Outdoor และห้องนอน ล้วนถูกออกแบบให้แสดงการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์อัจฉริยะ ตั้งแต่การเปิดไฟอัตโนมัติ การควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน
ขยาย Experience Store เจาะผู้บริโภคทั่วประเทศ
ในด้านการตลาด Tapo เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์ผ่าน Official Store ทุกแพลตฟอร์ม และออฟไลน์ผ่านร้านค้าชั้นนำ อาทิ Advice, JIB, IT City, Banana IT, AIS Shops, HomePro และ Lotus’s
พร้อมเปิด Tapo Experience Store ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะและเซ็นทรัลเวสต์เกต รวมถึง Authorized Shop แบบ Standalone ในหัวเมืองใหญ่ เช่น ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และกระบี่ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองสร้าง Scenario การใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
วางสมาร์ทโฮมเป็น “เทคโนโลยีเพื่อความอุ่นใจ” ของทุกครอบครัว
“เราเชื่อว่าสมาร์ทโฮมไม่ใช่เรื่องของบ้านราคาแพงหรือคนที่มีความรู้ไอทีเท่านั้น แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และอุ่นใจขึ้น Tapo พร้อมแล้วที่จะพาคนไทยก้าวสู่ยุคใหม่ของบ้านอัจฉริยะที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง” นายเดฟ เฉิน กล่าวทิ้งท้าย
