Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ (15–19 มิ.ย. 2569) จับตาเฟด-ความคืบหน้าดีลสันติภาพ หนุนทิศทางเงินบาทในกรอบ 32.30-32.90

exchange weekly

Onlinenewstime.com : กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.90 บาท/ดอลลาร์ 

เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.64-32.98 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน

เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเยน โดยข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯหนุนเงินดอลลาร์ขึ้นในช่วงแรกขณะตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันร่วงลงและบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศระงับการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน โดยระบุว่าอาจลงนามข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ววัน และจะครอบคลุมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทางด้านอิหร่านยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 2.25% ท่ามกลางความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อ และการกำหนดค่าจ้างและราคาสินค้า โดยการตัดสินใจของอีซีบีอาจสะท้อนว่าธนาคารกลางหลักๆกำลังมีมุมมองสอดคล้องกันมากขึ้นเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบาย

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 1,557 ล้านบาท และ 12,450 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดการเงินโลกจะให้ความสนใจกับการประชุมเฟดซึ่งจะเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Warsh นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ในวันที่ 17 มิถุนายน

โดยหากเฟดส่งสัญญาณมองข้ามเงินเฟ้อชั่วคราว ดอลลาร์จะอ่อนลงโดยเฉพาะหลังจากสหรัฐฯกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งมีรายงานว่าจะลงนามที่สวิตเซอร์แลนด์ช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่หากเฟดบ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายตึงตัว ดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป

นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 1.00% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี ในวันที่ 16 มิถุนายน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากสงครามตะวันออกกลาง

แต่เนื่องจากตลาดสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว ปฏิกิริยาของเงินเยนจึงขึ้นอยู่กับท่าทีการสื่อสารเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่ญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ยรอบถัดไป

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นว่าด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทยทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีของอินโดนีเซียแต่อย่างใด

Exit mobile version