Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

ระดมทุกกำลังสกัดไฟ “พรุควนเคร็ง” ควัน-เขม่ากระทบชุมชน ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

khuan-kreng--fire-

Onlinenewstime.com : นครศรีธรรมราช เร่งรับมือ “ไฟป่าพรุควนเคร็ง” หลังเกิดไฟไหม้ต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 4 พื้นที่เสียหายเบื้องต้นราว 100 ไร่ ลมกระโชกแรงทำไฟบางจุดลุกลาม ขณะที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังทั้งภาคพื้นดินและอากาศ ตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ระดมรถน้ำ 22 คัน พร้อมส่งชุดเสือไฟและเฮลิคอปเตอร์เข้าสนับสนุน ย้ำเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟปะทุซ้ำและไม่ให้ลุกลามเข้าชุมชน

สถานการณ์ไฟไหม้ ป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุไฟไหม้ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 และลุกลามต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 4 โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้นประมาณ 100 ไร่ ครอบคลุมหลายหมู่บ้านในตำบลเคร็ง โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟบางจุดให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังพบกลุ่มควันและจุดความร้อนบางพื้นที่ ขณะที่สภาพอากาศแห้ง ระดับน้ำในพรุลดลง และมีลมกระโชกแรง ทำให้ยังมีความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุหรือลุกลามซ้ำ

13 สิงหาคม จุดเริ่มต้นของการระดมกำลังดับไฟ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. กองพันทหารสารวัตรที่ 41 (พัน.สห.41) ภายใต้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 41 สนับสนุนกำลังพลจิตอาสาและยุทโธปกรณ์เข้าร่วมภารกิจดับไฟป่าพรุควนเคร็ง ในพื้นที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

กำลังทหารได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่านครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อย เพื่อสกัดและควบคุมไฟในพื้นที่ หมู่ 1 บ้านควนชิง หมู่ 9 บ้านหัวปลวก และหมู่ 11 ตำบลเคร็ง

ผลการปฏิบัติในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน โดยประเมินความเสียหายรวมทั้ง 3 พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบพื้นที่โดยรอบและตรึงกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ

ไฟเข้าสู่วันที่ 4 ยังต้องจับตา หลังระดับน้ำในพรุลดลง

สถานการณ์ในช่วงวันที่ 14-15 สิงหาคม ยังคงมีความน่าห่วง แม้บางพื้นที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่พรุอยู่ที่ประมาณ 5.40 เซนติเมตรและมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาไม่มีฝนตก ส่งผลให้พื้นที่มีความแห้งและเสี่ยงต่อการเกิดไฟหรือการลุกลามมากขึ้น

เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อยได้ตั้งจุดสกัด เฝ้าระวัง และลาดตระเวน 3 จุดในตำบลเคร็ง พร้อมนำโดรนเข้ามาสำรวจแนวไฟและติดตามสถานการณ์ นอกจากนี้ยังประสานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ป่า 5 เครือข่าย เพื่อร่วมตรวจการเข้า-ออกและลาดตระเวนโดยรอบพื้นที่พรุ

ภารกิจภาคพื้นดินยังรวมถึงการเพิ่มความชื้นในพื้นที่ด้วยการพรมน้ำ เพื่อลดโอกาสที่ไฟจะลุกลามผ่านพื้นที่ป่าเสม็ด ป่ากระจูด และทุ่งหญ้าราโพ ซึ่งเป็นลักษณะพืชพรรณที่สามารถเป็นเชื้อเพลิงและทำให้ไฟเคลื่อนตัวได้ง่าย

15 สิงหาคม ตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ รับมือไฟลามจากกระแสลม

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 จังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่วัดเขมาราม หรือวัดควนยาว หมู่ 3 ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงาน สั่งการ และสนับสนุนภารกิจดับไฟในพื้นที่

ในช่วงเวลาประมาณ 14.50 น. มีรายงานพื้นที่ประสบภัยใน หมู่ 1, 4, 6, 7, 8, 9 และ 11 ตำบลเคร็ง โดยไฟยังมีการลุกลามในบางจุดจากกระแสลมกระโชกแรง แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้

จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมรถบรรทุกน้ำเข้าพื้นที่แล้ว 22 คัน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช กองทัพภาคที่ 4 โดยมณฑลทหารบกที่ 41 หน่วยดับไฟป่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฉีดน้ำและควบคุมแนวไฟ

ขณะเดียวกันยังมีการประสานขอรับการสนับสนุนรถน้ำและกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยควบคุมไฟป่า เพื่อเข้าประจำจุดเกิดเหตุ

ส่ง “เสือไฟ” และเฮลิคอปเตอร์เสริมกำลัง

ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งระดมกำลัง ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า หรือ “เสือไฟ” เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าพรุควนเคร็ง พร้อมกำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน

ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้สนับสนุนอากาศยานเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ โดยล่าสุดเฮลิคอปเตอร์ได้เข้าปฏิบัติภารกิจทั้งการบินสำรวจสภาพพื้นที่และทิ้งน้ำเพื่อควบคุมไฟในจุดที่รถน้ำภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก

จากการบินสำรวจทางอากาศ พบว่า บริเวณบ้านควนชิง หมู่ 9 ยังคงมีกลุ่มควันเป็นบริเวณกว้างและมีไฟไหม้เป็นจุด ๆ ส่วนบริเวณบ้านหัวปลวกช้าง หมู่ 11 และบ้านเสม็ดงาม พบกลุ่มควันกระจายตัว แต่ไม่พบเปลวไฟในขณะสำรวจ

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า จุดเกิดเหตุสำคัญอยู่ในพื้นที่ตำบลเคร็ง ได้แก่ บ้านหัวปลวกช้าง หมู่ 11 บ้านควนชิง หมู่ 9 และบ้านควนยาว หมู่ 3 โดยเจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าทะเลน้อย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่านครศรีธรรมราช และสถานีควบคุมไฟป่ากระบี่ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดเสือไฟ

ภารกิจยังได้รับการสนับสนุนรถฉีดน้ำและกำลังพลจากจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทัพภาคที่ 4 และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนชิง รวมถึงการนำเครื่องสูบน้ำ โดรนสำรวจ และอุปกรณ์ดับไฟเข้าไปเสริมการปฏิบัติงานในพื้นที่

ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมรับมือผลกระทบจากควันไฟ

นอกจากภารกิจควบคุมไฟแล้ว หน่วยงานในพื้นที่ยังให้ความสำคัญกับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากควันและเขม่า โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ได้ดำเนินการอพยพผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลใกล้เคียง และพื้นที่ปลอดภัยแล้ว เพื่อป้องกันผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควัน

ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์สะท้อนว่า ควันและเขม่าจากไฟพรุถูกกระแสลมพัดเข้าสู่พื้นที่โดยรอบ โดยมีการรายงานว่าพื้นที่ หมู่ 8 บ้านเกาะยาว และหมู่ 9 บ้านแพรกเมือง ได้รับผลกระทบจากกลิ่นควันและเขม่าลอยในอากาศต่อเนื่องหลายวัน

ประชาชนบางรายระบุถึงสภาพอากาศที่มีลักษณะคล้าย “ทะเลหมอกสีขุ่นคล้ำ” พร้อมกลิ่นควัน และรายงานอาการระคายเคือง เช่น แสบจมูก แสบคอ แสบตา และเสียงเปลี่ยน ขณะที่พื้นที่หัวไทรก็มีประชาชนรายงานว่าควันและเขม่าถูกลมพัดเข้าพื้นที่อย่างชัดเจน

เสียงสะท้อนเหล่านี้ทำให้ไฟป่าพรุควนเคร็งไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในพื้นที่ป่าเท่านั้น แต่เริ่มส่งผลต่อคุณภาพอากาศและการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ โดยประชาชนจำนวนหนึ่งเลือกปิดประตูหน้าต่าง ลดการออกนอกอาคาร และสวมหน้ากากเพื่อป้องกันตนเอง

ทั้งนี้ ข้อความจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่การประเมินคุณภาพอากาศทางการแพทย์หรือการตรวจวัดมลพิษโดยหน่วยงานรัฐ

เดินหน้าดับไฟและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

สำหรับแผนปฏิบัติการในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เตรียมตรึงกำลังเข้มข้นต่อเนื่องในพื้นที่ หมู่ 3 หมู่ 9 และหมู่ 11 ตำบลเคร็ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการปะทุของไฟขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ เตรียมนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นตักน้ำและทิ้งน้ำลงในจุดที่ยังพบกลุ่มควัน เพื่อควบคุมและดับไฟให้สนิท ขณะที่เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินจะยังคงตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังแนวไฟอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งจึงยังไม่ถือว่ายุติลง แม้สามารถจำกัดไฟในหลายจุดได้แล้ว แต่ปัจจัยสำคัญทั้ง สภาพพื้นที่พรุที่แห้ง ระดับน้ำที่ลดลง การไม่มีฝน และกระแสลมที่เปลี่ยนแปลง ยังเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการปะทุและลุกลามซ้ำได้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน งดการเผาทุกชนิด และหากพบกลุ่มควันหรือไฟในพื้นที่ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ไฟป่าพรุควนเคร็งยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟในหลายจุดและจำกัดวงการลุกลามได้ แต่ยังพบควันและจุดที่ต้องติดตาม โดยมีการระดมกำลังทั้งทหาร เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า ชุดเสือไฟ อาสาสมัคร หน่วยงานท้องถิ่น รถน้ำ และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเร่งควบคุมไฟและป้องกันผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

เครดิตภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

Exit mobile version