Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

ปี 2569 การลงทุนของต่างชาติในไทยส่งสัญญาณบวก

Onlinenewstime.com : นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนเดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 113 ราย

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

1. จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

2. ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  

3. สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ 

4. สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

5. ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 10 ราย (10%) (เดือน ม.ค. 2569 อนุญาต 113 ราย / เดือน ม.ค. 2568 อนุญาต 103 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 10,619 ล้านบาท (46%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 33,779 ล้านบาท / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 23,160 ล้านบาท) รวมถึง มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 262 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 35 คน (15%) (เดือน ม.ค. 2569 จ้างงาน 262 คน / เดือน ม.ค. 2568 จ้างงาน 227 คน) 

นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 113 ราย มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท

ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนมกราคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 38 ราย คิดเป็น 34% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 9 ราย (31%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 38 ราย / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 29 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด

โดยเป็นนักลงทุนจาก *จีน 19 ราย ลงทุน 5,293 ล้านบาท *สิงคโปร์ 5 ราย ลงทุน 4,310 ล้านบาท *ญี่ปุ่น 5 ราย ลงทุน 1,306 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 9 ราย ลงทุน 3,728 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

Exit mobile version