Onlinenewstime.com : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 22–27 กันยายน 2569 หลังร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรภายใน 24 ชั่วโมง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และวางแผนอพยพประชาชนอย่างทันท่วงที
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ออกประกาศเรื่อง “เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก” ในช่วงวันที่ 22–27 กันยายน 2569 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
ประกาศระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ซึ่งปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีกำลังอ่อนลง ขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ก่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก และน้ำท่วมขังในช่วงวันที่ 22–27 กันยายน 2569
เปิดรายชื่อ 8 จังหวัดภาคตะวันออกที่ต้องเฝ้าระวัง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงในภาคตะวันออก ครอบคลุม 8 จังหวัด ดังนี้
- จังหวัดนครนายก: อำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา และอำเภอเมืองนครนายก
- จังหวัดปราจีนบุรี: อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอประจันตคาม
- จังหวัดสระแก้ว: อำเภอเมืองสระแก้ว และอำเภอวัฒนานคร
- จังหวัดฉะเชิงเทรา: อำเภอสนามชัยเขต และอำเภอท่าตะเกียบ
- จังหวัดชลบุรี: อำเภอบ่อทอง อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอหนองใหญ่ และอำเภอสัตหีบ
- จังหวัดระยอง: อำเภอเมืองระยอง อำเภอเขาชะเมา และอำเภอบ้านค่าย
- จังหวัดจันทบุรี: อำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอขลุง และอำเภอเขาคิชฌกูฏ
- จังหวัดตราด: อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอคลองใหญ่ และอำเภอบ่อไร่
เฝ้าระวังแม่น้ำและคลองสายสำคัญ
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน รวมถึงระดับน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแหล่งน้ำสำคัญ ได้แก่
- แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก
- แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
- คลองพระสทึง จังหวัดสระแก้ว
- คลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว
- แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี
สั่งติดตามพื้นที่ฝนสะสมเกิน 90 มิลลิเมตร
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 4 ด้าน ดังนี้
- ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง: ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ
- ตรวจสอบแนวคันและบริหารจัดการน้ำ: ติดตาม ตรวจสอบ และซ่อมแซมแนวคันบริเวณริมแม่น้ำ พร้อมเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม รวมถึงปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตลอดจนน้ำในลำน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ ให้มีความสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
- เตรียมรับสถานการณ์น้ำหลาก: พิจารณาอิทธิพลของการขึ้น–ลงของน้ำทะเล เร่งระบายและพร่องน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก พร้อมเตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักร และเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที
- แจ้งเตือนและเตรียมแผนอพยพ: ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้าแก่ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมอพยพได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติออกประกาศดังกล่าว ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยงของภาคตะวันออก
