Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

อัปเดตบัญชีก๊าซเรือนกระจก 2569 ป่าไม้ไทยดูดกลับคาร์บอนทะลุ 106 ล้านตัน เพิ่ม 7.1% สะท้อนพลังพื้นที่สีเขียวลดโลกร้อน ส่วนภาคของเสียยังปล่อยกว่า 21 ล้านตัน CO2e

dcce-thailand-greenhouse-gas-inventory-2026-

Onlinenewstime.com : กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เห็นชอบผลการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกปี 2569 โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินมีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 106.37 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี 2567 ขณะที่ภาคของเสียปล่อยก๊าซเรือนกระจก 21.24 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมรับรองร่างรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการของเสียและน้ำเสียอุตสาหกรรม ลดได้ 7.39 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เตรียมเสนอคณะอนุกรรมการด้านวิชาการและฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาต่อไป

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และภาคของเสีย ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และภาคของเสีย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เป็นเลขานุการ

พร้อมด้วย รศ.ดร.สาพิศ ดิลกสัมพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ภาคป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ รศ.ดร.ชลอ จารุสุทธิรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกภาคของเสีย ร่วมกับคณะทำงานจากหน่วยงานประสานงานหลักภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน คือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และภาคของเสีย คือ กรมควบคุมมลพิษ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลทั้ง 2 ภาคส่วน รวมเจ้าหน้าที่ สส. จำนวนทั้งสิ้น 68 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ

1) รายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประจำปี

พ.ศ. 2569 ซึ่งมีปริมาณการดูดกลับสุทธิ ดังนี้

– ปี พ.ศ. 2566 เท่ากับ -99.31 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

– ปี พ.ศ. 2567 เท่ากับ -106.37 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

2) รายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคของเสีย ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลการปล่อยก๊าซ

เรือนกระจกรายปี พ.ศ. 2567 ปริมาณ 21.24 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

3) ปรับปรุงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลการลดก๊าซเรือนกระจกย้อนหลัง

4) ร่างรายงานผลการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกสาขาจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลการลดก๊าซเรือนกระจกปี พ.ศ. 2567 ปริมาณ 7.39 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ นำผลบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้และการใช้

ประโยชน์ที่ดิน ปี พ.ศ. 2566-2567 ภาคของเสีย ปี พ.ศ. 2567 และร่างรายงานผลการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการรายสาขาการจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2567 เสนอต่อคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านวิชาการและฐานข้อมูลเพื่อรับทราบและให้ความเห็นชอบต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

นับว่าตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพสำคัญของสถานการณ์คาร์บอนของประเทศไทย โดยภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินมีแนวโน้มดูดกลับก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นภายในปีเดียว ตอกย้ำบทบาทของพื้นที่สีเขียวในฐานะแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะที่ภาคของเสียยังเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการลดโลกร้อน อย่างไรก็ตาม มาตรการจัดการของเสีย เช่น การคัดแยกขยะ การรีไซเคิล การผลิตพลังงานจากก๊าซหลุมฝังกลบ และการบำบัดน้ำเสีย สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับการจัดการของเสียของประเทศ

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการวางแผนลดก๊าซเรือนกระจก ติดตามความก้าวหน้าเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero รวมถึงใช้ประกอบการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของไทยตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

Exit mobile version