Site icon Onlinenewstime.com – News and Knowledge to sustainability

ปภ.เตือนระบายน้ำ 2 เขื่อนเพิ่ม “เจ้าพระยา – พระราม6” จับตาเส้นทางก่อนลงอ่าวไทย

Onlinenewstime.com : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)แจ้งเตือนผลจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 จับตาเส้นทางน้ำจะเชื่อมโยงกันที่พระนครศรีอยุธยา ก่อนเคลื่อนลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ โดยพื้นที่ริมน้ำและลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเป็นจุดที่ควรจับตา

สำหรับ เขื่อนเจ้าพระยา ปภ.ระบุว่าจะเพิ่มการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3–1.8 เมตร

พื้นที่ที่ ปภ.ระบุให้เฝ้าระวังโดยตรง ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะอำเภอป่าโมก วิเศษชัยชาญ เมืองอ่างทอง และไชโย รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำ คลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 600–700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 28–29 กันยายน 2569 โดยคาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักบริเวณท้ายเขื่อนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1–1.2 เมตร

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังจากการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 ได้แก่ อำเภอท่าเรือ นครหลวง พระนครศรีอยุธยา และบางปะหัน โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ

ข้อมูลจาก THAI WATER ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน.ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุถึงสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำ และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและต้องรับน้ำก้อนใหม่ โดยพบว่าพื้นที่บางส่วนมีสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและอยู่ในระดับเฝ้าระวัง เช่น อำเภอเสนา บางบาล บางปะหัน เกาะเมือง ตำบลบ้านป้อม ตำบลวัดขนอน และอำเภอบางปะอิน

พร้อมระบุถึงประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ไปว่า ไม่ใช่เพียงปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนแต่ละแห่ง แต่รวมถึง จังหวะที่มวลน้ำจากแต่ละระบบเดินทางมาถึงพื้นที่เดียวกัน ระดับน้ำเดิมในแม่น้ำ และสภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง

ปทุมธานี–นนทบุรี–กรุงเทพฯ จับตาระดับน้ำเจ้าพระยา

เมื่อมวลน้ำเคลื่อนผ่าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและเข้าสู่ระบบเจ้าพระยาตอนล่าง ส่งผลทำให้พื้นที่ “จังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี” จะเป็นพื้นที่ที่ควรติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ

ส่วน “กรุงเทพมหานคร” มีปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่กัน ทั้งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณฝนในพื้นที่เมือง และความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ หากฝนตกหนักในช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น การระบายน้ำจากพื้นที่เมืองอาจทำได้ช้าลง โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุน

ขณะเดียวกัน จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่บริเวณปลายแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนออกสู่อ่าวไทยนั้น ต้องติดตามทั้งมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนและระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการการระบายน้ำจากแม่น้ำออกสู่ทะเลได้

ปภ.แนะพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อม

ปภ.ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถไปยังพื้นที่ปลอดภัย เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว และของใช้จำเป็น รวมถึงดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งผู้นำชุมชนหรือหน่วยงานในพื้นที่ และติดต่อ สายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ การเฝ้าระวังในระยะต่อไปควรติดตามข้อมูลระดับน้ำและสถานการณ์ฝนแบบพื้นที่ต่อพื้นที่ เนื่องจากผลกระทบของมวลน้ำจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกพื้นที่ แต่จะเปลี่ยนไปตามเส้นทางและระยะเวลาเดินทางของน้ำ

Exit mobile version