Onlinenewstime.com : “เนสท์เล่” ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เดินหน้าขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท ที่นิคมฯ อมตะซิตี้ ระยอง รองรับความต้องการในตลาดโลกที่เติบโตต่อเนื่อง
ชูศักยภาพไทยผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก พร้อมเชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบในประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรไทย โดยโครงการนี้ถือเป็นการขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเนสท์เล่ประกาศลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ด้วยเม็ดเงินกว่า 23,000 ล้านบาท เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เงินลงทุนรวมกว่า 6,400 ล้านบาท
ประกอบด้วย โครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท และโครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง มูลค่าประมาณ 1,930 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และเน้นการผลิตโดยใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อการส่งออกเป็นหลัก
ท่ามกลางกระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ขยายตัวต่อเนื่องทั่วโลก การขยายการลงทุนของเนสท์เล่ครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมัน และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 8 ต่อปี โดยโครงการลงทุนครั้งนี้จะส่งออกกว่าร้อยละ 90 ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
นอกจากนี้ ทั้งสองโครงการมีการใช้วัตถุดิบในประเทศในสัดส่วนสูง มูลค่ารวมกว่า 450 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Felix, Pro Plan และ Friskies จะใช้วัตถุดิบในประเทศประมาณร้อยละ 56 เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลาซาร์ดีน ผัก น้ำมัน วิตามินและแร่ธาตุ
ขณะที่โครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะเน้นผลิตขนมสำหรับแมว ภายใต้แบรนด์ Purina One และ Felix จะใช้วัตถุดิบในประเทศประมาณร้อยละ 88 เช่น เนื้อไก่ น้ำตาล และแป้งมันสำปะหลัง ถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เกษตรของไทยออกสู่ตลาดโลกได้อย่างดี
บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม Nestle S.A. ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมาอย่างต่อเนื่อง
ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตระยะยาว โดยมีหลายผลิตภัณฑ์ที่คนไทยคุ้นเคยทั้งเนสกาแฟ ไมโล แม็กกี้ และไอศกรีมเนสท์เล่ ควบคู่กับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ Purina One, Felix, Pro Plan, Friskies, Alpo และ Supercoat
การลงทุนของเนสท์เล่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อป้อนตลาดโลก โดยเมื่อรวมกับโครงการตั้งโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนก่อนหน้านี้ ทำให้ในปี 2569 เพียงปีเดียว เนสท์เล่ทุ่มลงทุนใหม่ในประเทศไทยรวมกว่า 29,000 ล้านบาท
ครอบคลุมทั้งธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญ การลงทุนเหล่านี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในประเทศ ผ่านการใช้วัตถุดิบไทยทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำนมดิบ น้ำตาล เนื้อไก่ ปลา ผัก และวัตถุดิบทางการเกษตรอื่น ๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,700 ล้านบาทต่อปี
ช่วยสร้างตลาดรองรับผลผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตร สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยไปสู่มาตรฐานสากล พร้อมเชื่อมโยงผู้ผลิตในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของบริษัทระดับโลก
“ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งฐานวัตถุดิบที่หลากหลาย ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับ และความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับตลาดทั่วโลก
การลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทชั้นนำอย่างเนสท์เล่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ไปสู่อุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยบีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตอาหารชั้นนำของโลก” นายนฤตม์ กล่าว
