fbpx
Breaking News

8 บริษัททรงอิทธิพล ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า GDP ของหลายประเทศ

onlinenewstime.com จากสถานการณ์ตลาดหุ้น ที่ทำกำไรสูงอย่างมากในปีนี้ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ ตามราคาตลาดของ บริษัทมหาชน บางแห่ง พุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับที่น่าตกใจ

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ “Market Cap” คำนวณจากจำนวนหุ้น คูณด้วยราคาตลาดปัจจุบัน  บริษัทมหาชนหลายแห่ง มีมูลค่าสูงเทียบเท่าหรือเกินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์  ซึ่งหมายถึงเกินกว่าจีดีพีของบางประเทศ  

ภาพด้านล่าง แสดงให้เห็นการเปรียบเทียบจีดีพีของประเทศต่างๆ กับมูลค่าหลักทรัพย์ ของแบรนด์ทรงอิทธิพลทั้งหลาย

Cr. Howmuch.net
  • บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูง ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี หรือบริการทางการเงิน
  • ปัจจุบัน Microsoft เป็น บริษัท มหาชนเพียงแห่งเดียว ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์สูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
  • Market Cap ของบริษัทส่วนใหญ่ จะแสดงให้เห็นมูลค่าที่สูงอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับ GDP ของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออก แอฟริกาและละตินอเมริกา
  • นอกจากจะมีมูลค่าเกินกว่าประเทศเล็กๆ จำนวนมากแล้ว Market Cap ของบางบริษัท ยังสามารถเทียบได้กับ GDP ของประเทศที่มีขนาดใหญ่ เช่น อาร์เจนติน่าและรัสเซีย

ข้อมูลในการนำเสนอ GDP ของแต่ละประเทศ อ้างอิงจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ Yahoo Finance สำหรับตัวเลข Market Cap ของ บริษัทมหาชน ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2019

จากแผนภาพด้านบน กราฟฟิคสีชมพู แสดงให้เห็นถึงบริษัทต่างๆ และกราฟฟิคสีเทาคือ ประเทศที่มี GDP ใกล้เคียงกัน ขนาดตามสัดส่วน GDP และมูลค่าตลาด ใช้สกุลเงิน USD อ้างอิง

Microsoft

Microsoft ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก มีมูลค่าตลาด 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ด้วยผลิตภัณฑ์หลักคือ Windows และ Office ที่ใช้กับ PC ทั่วโลก

มูลค่าตลาดของ Microsoft สูงกว่าจีดีพีรวม ของเก้าประเทศในยุโรปตะวันออก: เอสโตเนีย (30.312 พันล้านดอลลาร์), ลิทัวเนีย (53.323 พันล้านดอลลาร์), ลัตเวีย (34.881 พันล้านดอลลาร์), เบลารุส (59.64 พันล้านดอลลาร์), โปแลนด์ (586.015 พันล้านดอลลาร์) , มอลโดวา (11.404 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และสาธารณรัฐสโลวัก (106.585 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

Bank of America

Bank of America ได้เปิดการเสนอขายหุ้นแก่สาธารณชน ตั้งแต่ปี 1978 โดยเป็นหุ้น IPO ที่เปิดเร็วที่สุด จากบรรดาบริษัททั้งหมด

มูลค่าตลาดของ Bank of America อยู่ที่ 278.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าของ GDP รวมของ 5 ประเทศในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน (170.539 พันล้านดอลลาร์), อุซเบกิสถาน (41.241 พันล้านดอลลาร์), เติร์กเมนิสถาน (44.114 พันล้านดอลลาร์), สาธารณรัฐคีร์กีซ และทาจิกิสถาน (7.52 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

GDP ของทั้ง 5 ประเทศนี้มีมูลค่ารวม 271.507 พันล้านเหรียญสหรัฐ

Alphabet

Alphabet บริษัทแม่ของ Google และ บริษัทในเครืออื่นๆ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย รวมถึง Search engine ระบบปฏิบัติการ Android และบริการระดับองค์กร เช่น G Suite

มีมูลค่าตลาดที่ 786.092 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า GDP รวมของ 38 ประเทศในแอฟริกา ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 70% ของประเทศในแอฟริกาทั้งหมด

ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัว อยู่ในภูมิภาคของทะเลทรายซาฮารา ประเทศเหล่านั้นรวมไปถึง : เลโซโท (2.762 พันล้านเหรียญสหรัฐ), เอสวาตินิ (4.679 พันล้านเหรียญสหรัฐ), บอสวานา (18.998 พันล้านเหรียญสหรัฐ), นามิเบีย (13.824 พันล้านเหรียญสหรัฐ), ซิมบับเว (26.127 พันล้านเหรียญสหรัฐ), โมซัมบิก ( 14.428พันล้านเหรียญสหรัฐ) มาลาวี (6.925 พันล้านดอลลาร์) มาดากัสการ์ (12.093 พันล้านดอลลาร์) และอื่น ๆ

Facebook

เครือข่ายโซเชียลมีเดียรายแรก ที่ก้าวสู่ความเป็นบริษัทมหาชน โดย Facebook ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับต้น ๆ ในสายธุรกิจเทคโนโลยี

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Facebook เติบโตขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น WhatApp และ Instagram และยังได้ประกาศความตั้งใจที่จะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัล “Libra” ของตนเอง

ซึ่งทำให้บริการธุรกิจมีความหลากหลายยิ่งขึ้น มูลค่าตลาดในปัจจุบันของ Facebook คือ 560.622 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่ากับ GDP ของอาร์เจนตินา (518.092 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในอเมริกาใต้ รองจากบราซิล

Amazon

Amazon ได้กลายเป็น Disruptor ผู้ยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกออนไลน์ และยังมีการบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น Amazon Prime สำหรับการจัดส่งฟรี และการสตรีมวิดีโอ  AmazonFresh สำหรับร้านขายของชำ และ Amazon Kindle สำหรับ e-reading เพื่อช่วยรองรับความต้องการบริการจัดส่ง Amazon ยังวางแผนจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็น 70 ลำภายในปี 2021

มูลค่าตลาดของ Amazon นั้นใกล้เคียงกับ GDP ของ 9 ประเทศในละตินอเมริการวมกัน ได้แก่ โคลัมเบีย (333.114 พันล้านดอลลาร์), อุรุกวัย (60.18 พันล้านเหรียญสหรัฐ), ปารากวัย (41.604 พันล้านดอลลาร์), โบลิเวีย (41.41 พันล้านดอลลาร์), เปรู (225.203 พันล้านเหรียญสหรัฐ), เอกวาดอร์ (107.511 พันล้านดอลลาร์), เวเนซุเอลา (98.468 พันล้านดอลลาร์), กายอานา (3.636 พันล้านดอลลาร์), และซูรินาเม (3.427 พันล้านดอลลาร์)

โดยรวมแล้วประเทศเหล่านี้มี GDP 914.553 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ Amazon มีมูลค่าตลาด 956.557 พันล้านเหรียญสหรัฐ

Visa

Visa เป็นหนึ่งใน บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำของโลก ขยายการเสนอขายจากบัตรเครดิต และการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ไปสู่บริการใหม่คือ  Blockchain แบบ B2B มูลค่าตลาดของวีซ่าอยู่ที่ 398.008 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าจีดีพีของ 9 ประเทศ ในอเมริกากลาง

รวมถึง คอสตาริกา (59.006 พันล้านดอลลาร์) ปานามา (65.206 พันล้านดอลลาร์) นิการากัว (13.258 พันล้านดอลลาร์) ฮอนดูรัส (23.778 พันล้านดอลลาร์) เอลซัลวาดอร์ ( 26.057 พันล้าน) กัวเตมาลา (78.979 พันล้านดอลลาร์) เบลิซ (1.925 พันล้านดอลลาร์) จาเมกา (15.422 พันล้านดอลลาร์) และสาธารณรัฐโดมินิกัน (80.94 พันล้านดอลลาร์)

Netflix

Netflix เริ่มจากการเป็นร้านเช่าดีวีดี แต่ปัจจุบันนี้ Netflix เป็นหนึ่งในบริการสตรีมมิ่ง ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Netflix ได้เปลี่ยน จากการเป็นฐานข้อมูลภาพยนตร์และรายการทีวี ไปสู่การสร้างเนื้อหาของตนเองเช่น “Stranger Things” และ “Orange is the New Black”

มูลค่าตลาดของ Netflix ที่ 166.384 พันล้านดอลลาร์ นั้น สูงกว่า GDP ของ 5 ประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน ได้แก่ เซอร์เบีย (50.651 พันล้านดอลลาร์), บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (19.881 พันล้านดอลลาร์), มอนเตเนโกร (5.402 พันล้านดอลลาร์), มาซิโดเนียตอนเหนือ (12.669 พันล้านดอลลาร์) และโครเอเชีย (60.688 พันล้านดอลลาร์)

ทั้ง 5 ประเทศนี้ มี GDP รวมกันที่ 149.291 พันล้านดอลลาร์

Apple

จากผลิตผลของ Steve Jobs  คือ Steve Wozniak และ Ronald Wayne Apple ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ผ่านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต่างๆ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ Mac ไปจนถึง iPhone อย่างไรก็ตาม Apple เพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ถูกจับตามอง เรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ iPhone และ Apple Watch มูลค่าตลาดของ Apple ที่ 939.678 พันล้านเหรียญสหรัฐ นั้น มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจีดีพีของรัสเซีย (815.3295 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นประเทศที่มีอันดับ GDP สูงสุดที่สิบสองของโลก

อิทธิพลของบริษัทใหญ่ที่แพร่กระจายไปทุกหนทุกแห่ง นำมาซึ่งความกังวลของหลายคน ECB (European Central Bank – ธนาคารกลางยุโรป) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความตั้งใจของ Facebook ในการเปิดใช้สกุลเงินดิจิทัลของตนเอง  และบางคนก็กังวลเกี่ยวกับอิทธิพลทางการเมือง ที่บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ถือครองอยู่

เมื่อปีที่ผ่านมา Google ใช้เงินไปเพียง 21.7 ล้านดอลลาร์เพื่อการล็อบบี้ จากกรณีมีการเรียกร้องให้มีการควบคุมเทคโนโลยีมากขึ้น

จึงน่าจับตามองว่าการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ของตลาดในรอบนี้ จะมีความเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไร

Source

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!