fbpx
Breaking News

สถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกและแนวโน้มครึ่งหลังปี 62

www.onlinenewstime.com : ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย แนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินไว้ โดยการส่งออกสินค้า ขยายตัวชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้มาก ตามภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าและปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลง จากสภาวะการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นของสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ในส่วนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย พบว่าขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้เช่นกัน รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชน แนวโน้มขยายตัวชะลอลง รายได้และการจ้างงาน ที่มีสัญญาณชะลอลงในภาคการผลิตเพื่อส่งออก และหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับที่สูง

สำหรับภาพรวมธุรกิจสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัย เริ่มชะลอตัวลง สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียว กับเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสองพบว่า การลงทุนเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลังใหม่ของผู้บริโภค ชะลอตัวชัดเจน หากเปรียบเทียบกับสองไตรมาสก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนให้รู้ว่า ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อผู้บริโภคปรับตัวลดลง ตามทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนสูง

ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจรับสร้างบ้านครึ่งแรกปี ’62

อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคและประชาชนแนวโน้มชะลอตัว หากแต่ผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในตลาดรับสร้างบ้าน ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัด กลับแข่งขันกันไม่รุนแรงเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ประเมินว่า

  1. จำนวนผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านลดลง
  2. ปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเวลา
  3. แรงกดดันจากผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าและบริการคุณภาพสูง

ซึ่งจำนวนผู้ประกอบการที่ลดลง หรือหายออกไปจากธุรกิจนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองและภาวะเศรษฐกิจ ที่ชะลอตัวในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เรื่องขาดแคลนแรงงาน ยังคงเป็นปัญหาอมตะ ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ต้องแบกรับความเสี่ยงสูงมาก ขณะเดียวกัน การตอบสนองความต้องการผู้บริโภคก็มีแรงกดดันสูง หากคุณภาพสินค้าและบริการไม่เป็นที่พึงพอใจ ทำให้ผู้ประกอบการต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ในยุคสังคมออนไลน์ปัจจุบัน

ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่าความเคลื่อนไหว ของกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำ ยังคงมีการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยหันมาเลือกใช้การตลาดในรูปแบบของอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง เช่น การออกบูธงานแสดงสินค้า ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าชานเมือง และใช้สื่อโซเชียลมีเดียควบคู่กัน ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยเฉพาะที่แข่งขันอยู่ในต่างจังหวัด จะใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นหลัก เพราะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และเลือกสื่อสารเฉพาะ กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ให้บริการเท่านั้น

ทิศทางและแนวโน้มมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีแรก-หลัง

แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลัง สมาคมฯ ประเมินว่าความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภคครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หากการเจรจาข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเป็นไปในด้านบวก ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ก็น่าจะขยายตัวและส่งผลดีต่อประเทศไทย ทั้งในด้านการส่งออกและการท่องเที่ยว ตลอดจนการปรับตัวของผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้าน ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการ มีความเชี่ยวชาญ และมีความเป็นมืออาชีพ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค ได้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังเป็นกังวลก็คือ ภาคการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาล ที่อาจฉุดความเชื่อมั่นกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว

ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้ปรับลดตัวเลขมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านบ้านลงเล็กน้อย จากเดิม 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 1.4-1.6 หมื่นล้านบาท อันเป็นผลมาจาก ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทย และกำลังซื้อเชื่อมั่นผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีแรก กอปรกับในครึ่งปีหลังภาคธุรกิจเอง มีแนวโน้มชะลอการลงทุน และผู้ประกอบการหลายราย (รายเดิม) เลิกกิจการ อย่างไรก็ดี ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย. 62) สมาคมฯ ประเมินว่ากลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน มีแชร์ส่วนแบ่งตลาดแล้วประมาณ 7 พันล้านบาทเศษ

โอกาสและการปรับตัว

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association) โดย นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคม เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขยายและเติบโตได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยหลัก ๆ เกิดจากความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภค ที่มีต่อเศรษฐกิจโลก และของภายในประเทศ ภาคการส่งออกที่ไม่มีขยายตัว และภาคท่องเที่ยวมีตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง จากที่ประเมินไว้ รวมถึงสภาพปัญหาการเมือง ภายหลังมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แล้ว พบว่าบรรดาพรรคการเมือง มีการต่อรองผลประโยชน์ ในการเข้าร่วมและแย่งชิงกัน จัดตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจประชาชน

สำหรับแนวโน้ม และทิศทางตลาดรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลัง ประเมินว่ามีทั้งโอกาส และความเสี่ยงพอ ๆ กัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ที่ต้องลุ้นและติดตาม ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะเป็นไปในทิศทางใด ดังนั้นผู้ประกอบการ จึงควรติดตามและเฝ้าระวัง พร้อมเร่งหาทางปรับตัว รับมือกับสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค ยังมีมากพอในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเลือกสร้างบ้าน กับผู้ประกอบการ ที่มีความเชี่ยวชาญจริงและน่าเชื่อถือสูง สามารถให้บริการและตอบสนองได้ตรงตามความต้องการ ทั้งการให้บริการสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัด ที่สำคัญคือ ราคาสมเหตุสมผลหรือราคากับคุณภาพสอดคล้องกัน

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!