fbpx
Breaking News

สตง. แนะการรับมือ Aging Society ของไทยในปี 64

www.onlinenewstime.com : สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. หวั่นปัญหาการเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2564 ของประเทศไทย ภายหลังเข้าตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) พบการแปลงแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติ ยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดให้เน้นการบูรณาการ ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อีกทั้งการปรับปรุงแผนฯ มีความล่าช้าจนอาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนแผนฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ล่าสุดมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานที่กำกับดูแล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง. แล้ว

ทั้งนี้ จากรายงานของ United Nations World Population Ageing ที่คาดการณ์ว่าประเทศไทย จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งส่งผลต่อสภาพสังคม สภาวะเศรษฐกิจและการจ้างงาน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรทางสุขภาพและสังคมของประเทศในระยะยาว

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานของสังคม และเตรียมความพร้อมรองรับเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงได้เข้าตรวจสอบการดำเนินงาน ตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขจำเป็นของแผนฯ โดยให้ความสำคัญกับการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเน้นการบูรณาการการทำงานจาก ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า แผนผู้สูงอายุแห่งชาติดังกล่าว ยังขาดแผนปฏิบัติการในภาพรวม ที่มีการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ครอบคลุมแผนงาน/งาน/โครงการ และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ มาตรการ และดัชนีชี้วัดของแผน เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการแปลงแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยแม้ว่าจะมีการจัดประชุม สัมมนาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วน ตระหนักถึงความสำคัญ และพร้อมเข้าร่วมในการผลักดัน แผนผู้สูงอายุแห่งชาติสู่การนำไปปฏิบัติ

แต่จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า หน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่มีความรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ตลอดจนแนวทาง ในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่ ที่มีความเข้าใจว่าการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ เป็นการดำเนินงานตามภารกิจประจำ ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการ โดยไม่ได้พิจารณาว่า การดำเนินงานด้านผู้สูงอายุดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนผู้สูงอายุแห่งชาติหรือไม่

ขณะเดียวกัน ในส่วนที่มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action plan) ระดับจังหวัดเพื่อรองรับ แผนผู้สูงอายุแห่งชาตินั้นก็พบว่า มีการจัดทำแผนปฏิบัติการเพียงบางจังหวัดเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่ามีจังหวัดใดบ้าง

เนื่องจากส่วนใหญ่ ไม่มีการรายงานกลับมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก และที่จัดส่งมาบางส่วน หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ก็ยังไม่มีการเก็บรวบรวมเอกสารอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบ ข้อมูลได้ สำหรับหน่วยงานในระดับส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุม มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ แต่เจ้าหน้าที่อื่นไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว

“การแปลงแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติโดยที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของแผนดังกล่าว อาจส่งผลกระทบ ต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนฯ รวมทั้งขาดรายละเอียดระดับแผนงาน/งาน/โครงการ เพื่อใช้ในการติดตามและประเมินผล ซึ่งย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ในการวัดผลสัมฤทธิ์ของแผน เนื่องจาก ไม่มีแผนปฏิบัติการในภาพรวม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบ” ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบว่า การปรับปรุงแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) มีความล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่กำหนด กล่าวคือ จนปัจจุบันมีการปรับปรุงแผนฯ เพียง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ควรจะต้องได้รับการปรับแผนฯ รวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง เนื่องจากแผนผู้สูงอายุดังกล่าว ได้กำหนดเงื่อนไขให้มีการพิจารณาและปรับปรุงแผนเป็นระยะ ๆ ไม่เกินทุก 5 ปี

ซึ่งกระบวนการปรับปรุงแผน ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนด ส่งผลทำให้แผนผู้สูงอายุแห่งชาติขาดความเป็นปัจจุบัน และไม่สอดคล้องกับการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่ละฉบับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่นำแผนฯ มาแปลงสู่การปฏิบัติ ด้วยเห็นว่ามาตรการและเป้าหมายตามแผนที่กำหนด ไม่ทันกับสถานการณ์ และความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการขับเคลื่อนแผนฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

จากผลการตรวจสอบข้างต้น สตง. จึงได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานที่กำกับดูแล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สตง. แล้วแจ้งให้ สตง. ทราบภายใน 60 วัน อาทิ เร่งผลักดันให้การดำเนินงานตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงาน ตระหนักถึงความสำคัญ และเกิดการบูรณาการ ในการแปลงแผนผู้สูงอายุแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนแผนฯ ไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และครอบคลุมแต่ละมาตรการตามยุทธศาสตร์ของแผนฯ แล้วดำเนินการซักซ้อม ทำความเข้าใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงจัดทำเป็นคู่มือการขับเคลื่อนแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างการรับรู้ และเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในภาพรวมเพื่อรองรับการดำเนินการ ในแต่ละมาตรการตามยุทธศาสตร์ของแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ โดยจะต้องเน้นแผนงาน/งาน/โครงการที่มีประเด็นสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อระดับความสำเร็จของแผน (Flagship) เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการดำเนินการ และเป็นประโยชน์ต่อการติดตามประเมินผล

ตลอดจนถึงการพิจารณา กำหนดแผนการดำเนินการ ในการปรับปรุงแผน และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การปรับแผนสามารถดำเนินการได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งแจ้งเวียน และกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และรวบรวมปัญหาอุปสรรคเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขต่อไป

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!