fbpx
News update

ซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์ คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก มีผลบังคับใช้ 10 ม.ค. 2566

Onlinenewstime.com : ลดต้นลดดอก ! รัฐปรับปรุงสัญญาเช่าซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์ ให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือแต่ละงวด สร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เริ่ม มกราคม 2566

คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ประกาศ เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยกำหนดให้ อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเช่าซื้อเป็นแบบลดต้นลดดอก คือ คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด และตามกลไกตลาดโดยรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี ทั้งนี้ อาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศทุก 3 ปี

หากผู้เช่าซื้อต้องการชำระเงินทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชี ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลด โดยกรณีชำระค่างวดมาแล้วไม่เกิน 1 ใน 3 ของค่างวดในสัญญา ให้ได้รับส่วนลดไม่น้อยกว่า 60% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

กรณีชำระค่างวดมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 ให้ได้รับส่วนลดไม่น้อยกว่า 70% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

และกรณีชำระมาแล้วเกิน 2 ใน 3 ให้ได้รับส่วนลดทั้งหมดของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ทั้งนี้ มีผลบังคับใช้ประมาณวันที่ 10 ม.ค.66 สัญญาที่ทำก่อนวันประกาศนี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไป

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้สำหรับที่มาของการออกกฎหมายเพื่อปรับปรุงสัญญาเช่าซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์ ให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือแต่ละงวด เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายนั้น

โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีนโยบายให้ปี 2565 เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” นั้น ในส่วนของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาได้มีประกาศ เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา

ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อ 12 ต.ค. 2565 โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งทำให้มีผลบังคับใช้ประมาณวันที่ 10 มกราคม 2566 (https://ratchakitcha2.soc.go.th/pdfdownload/?id=139D245S0000000002600)

ซึ่งสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ ได้แก่ การคิดดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ต้องคิดในอัตราที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) ซึ่งหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเช่าซื้อในลักษณะของการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด

ในกรณีที่ยังไม่มีกฎหมายใดกำหนดอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไว้เป็นการเฉพาะ ให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตามกลไกตลาด โดยคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate)

ดังนี้ กรณีรถยนต์ใหม่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ต่อปี กรณีรถยนต์ใช้แล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และกรณีรถจักรยานยนต์ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 23 ต่อปี ทั้งนี้ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอาจปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศในทุก 3 ปี 

นอกจากนี้ ในการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อตามที่ผู้เช่าซื้อร้องขอ ผู้ให้เช่าซื้อสามารถคิดค่าใช้จ่ายเพียงเท่าที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตามความจำเป็น และมีเหตุผลอันสมควร แต่ต้องไม่เกิน 2,500 บาท

อีกทั้ง เมื่อผู้เช่าซื้อได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บได้ ให้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือจักรยานยนต์ที่เช่าซื้อตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที และผู้ให้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนรถยนต์หรือจักรยานยนต์ให้เป็นชื่อของผู้เช่าซื้อภายใน 30 วันนับแต่วันที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนดังกล่าวครบถ้วนจากผู้เช่าซื้อ

นอกจากนี้ หากผู้เช่าซื้อประสงค์จะขอชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ โดยไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อ โดยกรณีชำระค่างวดมาแล้วไม่เกินหนึ่งในสามของค่างวดเช่าซื้อที่ระบุไว้ในสัญญา ให้ได้รับส่วนลดในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

ส่วนกรณีชำระค่างวดมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม แต่ไม่เกินสองในสามของค่างวดเช่าซื้อที่ระบุไว้ในสัญญา ให้ได้รับส่วนลดในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ และในกรณีชำระค่างวดมาแล้วเกินกว่าสองในสามของค่างวดเช่าซื้อที่ระบุไว้ในสัญญา ให้ได้รับส่วนลดทั้งหมดของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ

“รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคง สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และการเตรียมความพร้อมกับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งการปรับปรุงสัญญาที่เกี่ยวกับธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน และสร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เป็นการช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ดำเนินการผ่านโครงการต่างๆ ให้การช่วยเหลือ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสในสังคมมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางเพื่อแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือน และการสร้างความเป็นธรรมในสังคมในระยะยาวอย่างยั่งยืน” นายอนุชาฯ กล่าว

error: Content is protected !!