fbpx
Breaking News

ชาเม่รุกใหญ่ ชิงเบอร์ 1 เฮลท์ & บิวตี้แบรนด์

www.onlinenewstime.com : การเป็นแบรนด์เพื่อสุขภาพและความงามของชาเม่ (CHAME) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า 2 ดารานักแสดง “นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์” และ“ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์” เป็นหัวเรือใหญ่ที่กุมหางเสือธุรกิจมาถึง 9 ปี จนสามารถคว้ามาร์เก็ตแชร์ มาครองได้ถึง 4% – 5%

หากเมื่อมองเป็นเม็ดเงิน ของตลาดรวมอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม 1.4 หมื่นล้านบาท แล้วถือว่ามีมูลค่าไม่ใช่น้อย   

เพราะท่ามกลางแบรนด์ของศิลปินดารานักแสดง มีทั้งที่รุ่งและร่วง หรือกำลังลองผิดลองถูก เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าความเป็นดารา ไม่ใช่แต้มต่อ ที่จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้

“นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์”  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์มมิ่งเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงแนวคิดที่ผ่านมา ก่อนที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จว่า ช่วงระยะเวลา 3  ปีแรก จากการทุ่มเท และเห็นผลลัพธ์การเติบโตของชาเม่นั้น ก็ทำให้ตัดสินใจออกจากวงการบันเทิง หันมาเอาดีในวงการธุรกิจอย่างจริงจัง ส่วนคีย์ซัคเซส คือ “การบอกต่อ และการซื้อซ้ำ”

ปัจจุบัน บริษัทมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ ชาเม่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.กลุ่มสกินแคร์ อาทิ ครีมกันแดด, เซรั่มบำรุงผิวหน้า, สบู่ซีน่า เป็นต้น 2. กลุ่มอาหารเสริม อาทิ ซายเอส พลัส, คอลลาเจน, วีคอล, วีฟิน, กาแฟ เป็นต้น 3. เครื่องสำอาง อาทิ แป้งพัฟ ชาเม่ ทูเวย์ พาวเดอร์ เป็นต้น

เปิดเกมรุกตลาดคอลลาเจน

เกมรุกตลาดครั้งใหม่ของชาเม่ ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ชาเม่ คอลลาเจน พลัส” สูตรใหม่ เพื่อสร้างผลิตภันฑ์ กลุ่มคอลลาเจน เป็น Product hero

การเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดคอลลาเจน ที่มีแบรนด์ของตลาดสินค้ากลุ่มความสวยความงาม ยึดหัวหาดอยู่ก่อน และสถานการณ์การแข่งขันที่ผ่านมานั้น มีแบรนด์ใหญ่ เน้นช่องทางออฟไลน์เป็นหลัก ส่วนรายเล็กแข่งขันกันรุนแรง ในช่องทางออนไลน์ ที่ต้องใช้งบการตลาดซึ่งมีการปรับอัตราเพิ่มสูงขึ้นมาก

ในสถานการณ์นี้  นันท์ฐณิชา บอกว่า ในปีนี้เราโฟกัสตลาดในประเทศ และเตรียมขยายตลาดประเทศจีน กัมพูชาเป็นหลัก และจะมีการปรับปูพรมด้านดิสทริบิวชั่นให้มากขึ้น ไม่เน้นการสร้างเครือข่าย โดยเพิ่มช่องทางขาย ร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ และสเปเชียลตี้สโตร์ แบ่งเป็นสัดส่วนออฟไลน์ 70%  และออนไลน์ 30%  จากเดิมสัดส่วนการขาย ในช่องทางออฟไลน์ 60%  และออนไลน์ 40%

นอกจากนั้นยังทุ่มงบการตลาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขาย และเป็นการ Remind Brand  โดยมี ‘อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ’ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ภายใต้สโกแกน “ชาเม่ คอลลาเจน พลัส แก้วนี้ ที่อั้มดื่มทุกวัน” เคล็ดลับความงามผิวขาวใสเนียนเด้ง ของอั้ม พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ชาเม่ คอลลาเจน พลัส : The Walking Undead เปลี่ยนโฉมโทรมบี้ รวมถึง ยังได้ร่วมสนับสนุน คอนเสิร์ตเกิร์ลกรู๊อย่าง “แบล็คพิ้งค์” ซึ่งจะมีคอนเสิร์ตที่ไทยในวันที่ 12-14 กรกฎาคมนี้  โดยซื้อสินค้าชาเม่คอลลาเจน 199 บาท แล้วสามารถร่วมสนุก ลุ้นบัตรชมคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ได้ฟรีอีกด้วย

ถือว่าเป็นการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรก พร้อมภาพยนตร์โฆษณา ที่สร้างปรากฏการณ์แหวกแนววงการบิวตี้ เพราะหลังจากปล่อยทางสื่อออนไลน์ ปรากฏมีกระแสฮือฮาผู้ชมทะลุกว่าล้านวิวในเวลาไม่กี่วัน

แบรนด์ผู้นำตลาดสุขภาพและความงาม

นันท์ฐณิชา บอกว่า ความท้าทายคือ Consumer มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่มีลอยัลตี้กับแบรนด์

ส่วนการ Disruptive  สำหรับตลาดสินค้ากลุ่มความสวยความงาม ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะกระแสใส่ใจด้านสุขภาพ ความงาม และผิวพรรณที่ยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นกลยุทธ์หลักของชาเม่ คือ การโฟกัส Product ที่มีคุณภาพ และค้นคว้านวัตกรรม เพื่อแตกไลน์สินค้าใหม่ ในกลุ่มด้านความงาม และสุขภาพออกสู่ท้องตลาด  ทั้งนี้เพื่อเสริมแคทธิเกอรี ให้ครบทุกความต้องการของลูกค้า รวมถึงกลยุทธ์สื่อสารการตลาด ถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

เป้าหมายในระยะ 2-3 ปีนี้ คือ การระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ส่วนหลังจากเข้าตลาดแล้ว เป้าหมายระยะยาว นั่นคือ การเป็นโกบอลแบรนด์ เป็นการต่อยอดในจุดแข็ง ที่ชาเม่มีความแข็งแกร่งในบิวตี้แบรนด์ ควบคู่สู่การเป็นเฮลธ์ตี้แบรนด์ พร้อมวางแผนจะขยายตลาดส่งออก ไปยุโรปในช่องทางสเปเชียลิตี้สโตร์ 

ส่วนการตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ บริษัทฯมั่นใจ จะมียอดขายให้ได้ตามเป้าฯ ที่วางไว้ 600 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 60%  จากปี 2561 ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 30%-35%  โดยแบ่งเป็น กลุ่มอาหารเสริมสัดส่วน 90% กลุ่มเฮลท์ 10 %

ทั้งนี้ตลาดอาหารเสริมความงามในเมืองไทย มีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่น ล้านบาท ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังมีแผนรุกตลาดสุขภาพและความงามอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอกย้ำและการก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมด้านสุขภาพความงามในตลาด ด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ “ชาเม่” อีกมากมาย ปีนี้จึงทุ่มงบการตลาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันยอดขาย ให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!