fbpx
Breaking News

ค้างจ่าย “ใบสั่งค่าปรับจราจร” มีผลอย่างไรกับการต่อภาษีรถ

www.onlinenewstime.com : ผู้ขับขี่รถที่ค้างใบสั่งไม่เกิน 1 ปี ต้องรีบชำระค่าปรับก่อนต่อภาษีรถยนต์ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเริ่มใช้การเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับกรมขนส่ง นำร่องตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยเจ้าของรถสามารถจ่ายค่าปรับพร้อมจ่ายภาษีที่ขนส่งได้พร้อมกัน

ทว่าในกรณีที่เจ้าของรถ “ค้างจ่าย” ใบสั่งตามกฎหมายจราจรนั้น และยัง “ไม่พร้อมชำระค่าปรับในวันเสียภาษี” ที่กรมการขนส่งนั้น  สามารถต่อภาษีประจำปีได้

แต่จะ ไม่ได้รับป้ายวงกลม โดยจะได้รับหลักฐาน แสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว ซึ่งมีอายุ 30 วันนับจากวันที่นายทะเบียนออกให้

หากเจ้าของรถชำระค่าปรับจราจรเรียบร้อยแล้ว สามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระค่าปรับมาแสดงเพื่อรับป้ายวงกลมตัวจริงกลับคืนไปได้ ซึ่งกรณีไม่มีป้ายวงกลมแสดง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การวางแนวทางการต่อภาษีและชำระค่าปรับในครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นหลังจากที่ นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการเชื่อมโยงระบบใบสั่งจราจร (PTM)

สำหรับความคืบหน้า หลังจากที่มีการทดลองทดสอบ การเชื่อมระบบอายัดทะเบียนรถเมื่อมาชำระภาษีรถประจำปี กรณีที่ประชาชนค้างชำระค่าปรับ การกระทำความผิดเกี่ยวกฎหมายจราจร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตั้งคณะทำงานร่วม พร้อมประชุมหารือกันอย่างใกล้ชิด ในการพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ และตรวจสอบการกระทำความผิดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และจะมีความพร้อมในการให้บริการประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 เป็นต้นไป

การพัฒนาระบบดังกล่าวร่วมกัน เป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพ การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เน้นให้เคารพกฎจราจร ให้มีวินัยขับขี่ ไม่ต้องการให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้รถทั่วไป สามารถดำเนินการชำระภาษีรถประจำปีได้ ตามปกติ แบ่งลักษณะการดำเนินการเป็นกรณีต่างๆ

ทางด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การบังคับดังกล่าว เป็นไปการดำเนินการ ตามพ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 แก้ไขโดยคำสั่ง คสช.ที่ 14/2560 ระบุในมาตรา 141/1 ให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย กรณีมีผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถได้รับใบสั่ง ต้องชำระค่าปรับตามกฎหมาย กรณีไม่ชำระค่าปรับ และมาต่อภาษีประจำปีจะได้รับใบชั่วคราว ซึ่งให้ดำเนินการชำระค่าปรับจราจร หรืออุทธรณ์ เรื่องใบสั่ง ตามขั้นตอนภายใน 30 วัน

นับว่ามาตราการนี้เป็นการปลุกจิตสำนึก เพื่อลดสถิติอุบัติเหตุบนถนน ซึ่งมาพร้อมกับมาตรการกฎจราจรที่ขับรถผิดกฎ ตัดแต้มใบขับขี่ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในช่วงปลายปีนี้

ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12 ) พ.ศ. 2562 ได้ประกาศเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2562 จะมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน นับจากวันประกาศ หรือตรงกับวันที่ 20 ก.ย. 2562 จะต้องมีการออกข้อบังคับกำหนดประกาศระเบียบต่างๆ รองรับในหลายเรื่อง เช่น การบันทึกคะแนนความประพฤติกรรมผู้ขับขี่ เกณฑ์การตัดแต้ม การเพิ่มโทษ เกณฑ์การยึด หรือพักใช้ใบขับขี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งมีคณะทำงานย่อยดำเนินการ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ไม่เกิน 90 วัน นับจาก พ.ร.บ.ใหม่มีผลบังคับใช้ หรือภายในวันที่ 19 ธ.ค. 2562

ทั้งนี้ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราอุบัติเหตุทางถนนและเสียชีวิตสูงมาก โดยกว่า 45% เกิดจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ ที่ไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมาย และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดอุบัติเหตุในภาพรวมลง ขณะที่สถิติปี 2561 มีการออกใบสั่งในระบบ 11,820,225 ใบ มีผู้ชำระค่าปรับเพียง 2,870,480 ใบ หรือมีถึง 80% ที่ไม่ชำระและยังทำผิดซ้ำ และปี 2562 ถึงเดือน พ.ค.2562 มีการออกใบสั่งในระบบ 7,083,002 ใบ มีผู้ชำระค่าปรับเพียง 1,132,015 ใบ เหลืออีก 84% ไม่มาชำระค่าปรับ และเป็นการออกใบสั่งที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน

Cr . สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!