Breaking News

ควบคุมการใช้จอของลูกก่อนอายุ 5 ขวบ ลดพฤติกรรม “เนือยนิ่ง”

Onlinenewstime.com : กรมสุขภาพจิต แนะพ่อแม่ปฏิบัติตามคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก เน้นลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพิ่มการเคลื่อนไหวทางกายภาพ และควบคุมการใช้จออย่างเข้มงวด ในเด็กก่อนอายุ 5 ปี

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า ผู้ใหญ่มากกว่า 23% และวัยรุ่นมากกว่า 80% มีกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่เพียงพอ และพฤติกรรมเนือยนิ่งมากเกินไป

กรมสุขภาพจิตจึงขอแนะนำ ผู้ปกครองที่ดูแลบุตรหลาน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ จากองค์การอนามัยโลกฉบับล่าสุด ที่ออกประกาศใช้ โดยมุ่งเน้นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น การนั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร การนั่งติดกับสายรัดในรถเข็น การนั่งดูโทรทัศน์ หรือเครื่องมือสื่อสารประเภทต่างๆ โดยควรเพิ่มพฤติกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ในระหว่างช่วงเวลาที่เด็กตื่น เน้นการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และควบคุมเวลาหน้าจออย่างเข้มงวด เพื่อพัฒนาการ ทั้งทางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของเด็ก

ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ควรมีกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว อย่างเพียงพอต่อวัน โดยเฉพาะการเล่นบนพื้น หากยังเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ควรมีการนอนคว่ำ แบบตะแคงหน้าอย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีหลายครั้งต่อวัน

ในช่วงเวลาที่ตื่น ไม่ควรให้นั่งนิ่งๆหรือล็อคติดกับรถเข็นเด็กนานเกิน 1 ชั่วโมง การนอนหลับควรมีระยะเวลารวม 14-17 ชั่วโมง สำหรับเด็ก 0-3 เดือน และ 12-16 ชั่วโมง สำหรับเด็ก 4-11 เดือน ที่สำคัญคือ ไม่ควรใช้หน้าจออย่างเด็ดขาด ทั้งโทรทัศน์และเครื่องมืออิเล็คโทรนิกส์ต่างๆ

สำหรับเด็กอายุ 1-2 ปี ควรมีกิจกรรมทางกาย อย่างน้อย 180 นาทีต่อวันขึ้นไป ไม่ควรให้นั่งนิ่งๆ ล็อคติดกับเก้าอี้ หรือรถเข็นเด็กนานเกิน 1 ชั่วโมง ควรนอนหลับรวม 11-14 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ควรใช้หน้าจออย่างเด็ดขาดสำหรับเด็กอายุ 1 ปี สำหรับเด็กอายุ 2 ปี ควรจำกัดเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งใช้เวลาหน้าจอน้อย ยิ่งส่งผลดีต่อเด็ก

ในเด็กอายุ 3-4 ปี ควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 180 นาทีต่อวันขึ้นไป โดยเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานอย่างมาก นานไม่ต่ำกว่า 60 นาที ไม่ควรให้นั่งนิ่งๆ ล็อคติดกับเก้าอี้ หรือรถเข็นเด็กนานเกิน 1 ชั่วโมง ควรนอนหลับรวม 10-13 ชั่วโมงต่อวัน ตลอดจนจำกัดเวลาหน้าจอไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งใช้เวลาหน้าจอน้อย ยิ่งส่งผลดีต่อเด็ก

พ่อแม่จึงควรชักชวนให้ลูกเล่นมากขึ้น แทนการอยู่กับหน้าจอ เพราะการเล่นของเด็ก จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาความฉลาดทางปัญญา อารมณ์ และสังคมไปพร้อมๆกับ เน้นการส่งเสริม กระตุ้นให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การอ่านหนังสือ หรือการเล่านิทานให้ฟังในเด็กเล็ก การเล่นบทบาทสมมติ โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆรอบตัว เล่นต่อเพลงหรือต่อนิทาน เล่นของเล่นอย่างอิสระ ออกไปสัมผัสธรรมชาติภายนอก

นอกจากนั้น ควรฝึกให้ลูกรู้จักการสังเกต รู้จักตั้งคำถาม และคอยตอบคำถามของลูก ด้วยความรักและความใส่ใจ ภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น และปลอดภัยของครอบครัว ทั้งนี้ การส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดี ควรทำตั้งแต่ในเด็กเล็ก เพื่อให้เกิดพฤติกรรมติดตัว ที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

Credit : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!