fbpx
Breaking News

การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯกับจีน เป็นมหากาพย์มานานกว่าทศวรรษ

onlinenewstime.com : เริ่มตั้งแต่ปี 2010 ที่ 2 มหาอำนาจของโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา และจีนนั้นได้ขึ้นแท่นก้าวสู่ประเทศที่มีสถิติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

แต่มีข้อแตกต่าง ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่จีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก  และที่สำคัญคือความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกันของ 2 ประเทศนี้ คือ สหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีน

จัดอันดับประเทศที่นำเข้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017
Cr. howmuch.net

จัดอันดับประเทศที่ส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลกปี 2017
Cr. howmuch.net

จีนส่งออกสินค้า มูลค่ารวม 2.294 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก ในปี 2018 ตามรายงานของ International Trade Center จำนวนเงินนั้น เป็นผลมาจากยอดที่สูงขึ้น 6.5% ตั้งแต่ปี 2014 และเพิ่มขึ้น 10.2% จากปี 2017 ถึงปี 2018

เมื่อลงลึกเข้าไปในรายละเอียด ประเทศที่มีการส่งออกของจีน พบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 47.8% ของมูลค่า ถูกส่งไปยังประเทศรอบข้างในเอเชีย  ในขณะที่ 22.4% ถูกส่งไปยังลูกค้าในอเมริกาเหนือ  และ 19.1% เป็นของยุโรป

สัดส่วนเปอร์เซ็นต์อีกจำนวนไม่มากของการส่งออก เป็นของแอฟริกา 4.21%  ละตินอเมริกา 4.17%  ยกเว้นเม็กซิโก แต่รวมถึงแคริบเบียน  โอเชียเนีย 2.3% นำโดยออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

คู่ค้าชั้นนำของจีน

รายชื่อ 15 ประเทศ ที่นำเข้าสินค้าจากจีนมากที่สุด ในปี 2018 คิดเป็นกว่า 2 ใน 3 ของยอดรวมการส่งออก หรือ 67.8% ตามมูลค่า USD เปรียบเทียบจากยอดส่งออกรวมทั้งหมด

  1. สหรัฐอเมริกา : US$479.7 billion (19.2%)
  2. ฮ่องกง : $303 billion (12.1%)
  3. ญี่ปุ่น : $147.2 billion (5.9%)
  4. เกาหลีใต้ : $109 billion (4.4%)
  5. เวียตนาม : $84 billion (3.4%)
  6. เยอรมัน : $77.9 billion (3.1%)
  7. อินเดีย : $76.9 billion (3.1%)
  8. เนเธอร์แลนด์ : $73.1 billion (2.9%)
  9. อังกฤษ : $57 billion (2.3%)
  10. สิงคโปร์ : $49.8 billion (2%)
  11. ไต้หวัน : $48.7 billion (2%)
  12. รัสเซีย : $48 billion (1.9%)
  13. ออสเตรเลีย : $47.5 billion (1.9%)
  14. มาเลเซีย : $45.8 billion (1.8%)
  15. เม็กซิโก : $44.1 billion (1.8%)

หน่วย : พันล้านเหรียญสหรัฐ ($B)

เม็กซิโก เพิ่มการนำเข้าจากจีนสูงสุดคือ 22.9% จากปี 2017 ถึงปี 2018 อันดับที่สองคือเวียดนามเพิ่มขึ้น 17.3% ตามมาด้วยออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 14.7% และอินเดีย  เพิ่มขึ้น 13%  รัสเซีย เพิ่มขึ้น 12.1%  และสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 11.5%

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับอัตราภาษี ที่แสดงถึงความไม่สมดุล ของการนำเข้าและการส่งออกระหว่างสองประเทศ เมื่อความตึงเครียดทางเศรษฐกิจยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลองมามองย้อนภาพการขาดดุลการค้า ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

เปรียบเทียบการขาดดุลทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
Cr. howmuch.net

จะเห็นได้ว่าในทุกปี ตั้งแต่ 2009 ถึง 2018 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากจีน มากกว่าการส่งออกไปยังประเทศจีน และในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การขาดดุลทางการค้า เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

ทุกปี (ยกเว้น  2016) ปริมาณการค้าโดยรวม ระหว่างทั้งสองประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตัวเลขรวมการขาดดุลการค้า เพิ่มขึ้นมากที่สุด ระหว่างปี 2009 และ 2010 ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

ข้อมูลข้างต้น มาจาก U.S. Census Bureau    ซึ่งแสดงรายงานรายเดือน เกี่ยวกับมูลค่าการนำเข้าและส่งออก ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศจีน แถบสีฟ้า แสดงถึงมูลค่าของการส่งออกจากสหรัฐฯ ไปยังจีน แถบสีชมพู แสดงมูลค่าของการนำเข้าสินค้าจากจีนของสหรัฐฯ และแถบสีเทาที่มีจำนวนติดลบ แสดงการขาดดุล คำนวณผลต่างระหว่างการนำเข้า และการส่งออก  มูลค่าที่แสดงคือ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยยังไม่มีการปรับอัตราเงินเฟ้อ

สรุปตัวเลขการขาดดุลสหรัฐฯ ระหว่างปี 2009 ถึง 2018

  • 2009 : $227B
  • 2010 : $273B
  • 2011 : $295B
  • 2012 : $315B
  • 2013 : $318B
  • 2014 : $344B
  • 2015 : $367B
  • 2016 : $347B
  • 2017 : $375B
  • 2018 : $420B

จากสงครามการค้า ที่กำลังขับเคี่ยวอย่างต่อเนื่องระหว่างสหรัฐฯ และจีน ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากร สำหรับการนำเข้าสินค้าของแต่ละฝ่าย  ในมุมมองของผู้บริโภคสหรัฐฯ หมายถึงการซื้อสินค้าที่ผลิตจากจีน ในราคาที่แพงกว่าเดิม ซึ่งเป็นความตั้งใจขัดขวางผู้บริโภค จากการซื้อสินค้า ที่ผลิตในประเทศจีน

ภาษีนำเข้าของศุลกากร มีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าทางการเกษตร เช่น ถั่วเหลือง อัตราภาษีเหล่านี้ มีผลบังคับใช้กับทั้งสองประเทศ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 ซึ่งการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น และการส่งออกจากสหรัฐฯก็ลดลงในปีนั้นด้วย 

และในการประชุมกลุ่ม G20 ที่จะมีขึ้น ในปลายเดือนมิถุนายนนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มีกำหนดการจะพบเพื่อหารือกัน เกี่ยวกับสถานการณ์การค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งต้องรอดูความคืบหน้ากันอีกครั้ง

Source

Source

Chinese (Simplified)EnglishThai
error: Content is protected !!